กร่งขึ้นหน่อยแล้วจริง ๆ ในที่สุดก็กลายเป็นสัตว์วิญญาณระดับหนึ่ง” มู่เฉียนซีสำรวจอู๋ตี้
“แต่ว่า… เป็นสัตว์วิญญาณระดับหนึ่งแล้ว เจ้าสามารถคายผลึกวิญญาณของข้าออกมาได้ไหม ?” มู่เฉียนซีจับหูอู๋ตี้ พูดคุยกับเขาเรื่องทั่วไป เรื่องเหตุผลและอุดมการณ์
“ฮือ ๆ นายท่าน ข้าผิดไปแล้ว” อู๋ตี้ปั้นหน้าหม่นเศร้ากล่าววิงวอน “ต่อไปถ้าท่านไม่อนุญาต ข้าจะไม่กินเรื่อยเปื่อยอีก”
เวลาเจ็ดวันใกล้หมดลงแล้ว มู่เฉียนซีเริ่มเดินออกมาข้างนอกเพื่อเตรียมที่จะนำส่งผลึกสัตว์วิญญาณระดับหนึ่งสำหรับการสอบครานี้
— สวบ! —
จู่ ๆ มีหลายร่างที่มายืนขวางหน้านางไว้
“ผู้นำตระกูลมู่ การสอบในครั้งนี้ผลเป็นอย่างไรบ้าง ? ท่านมีน้ำใจมอบผลึกวิญญาณกับพวกข้าสักหลายสิบอันหน่อยไหม ?”
“แค่ผลึกวิญญาณไม่กี่สิบอันเอง ข้าคิดว่าผู้นำตระกูลมู่คงไม่ตระหนี่ถี่เหนียว”
“หึ! ทำมาใช้วาจา พวกเจ้าต้องการจะปล้นข้าล่ะสิ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ฮิ ๆ ๆ ก็ใช่ พวกข้าจะปล้นเจ้า รีบนำแก่นผลึกวิญญาณออกมาเสียดี ๆ ทางสำนักศึกษาอนุญาตให้ทำแบบนี้ได้ในการสอบ เราสามารถต่อสู้แย่งชิงเพื่อนนักเรียนได้ทุกครั้ง”
คนพวกนี้หัวเราะเยาะได้เจ้าเล่ห์มาก มู่เฉียนซียิ้ม มองพวกเขา
“โง่นัก กลายเป็นพวกเจ้ากลับบอกข่าวสารที่ไม่เลวให้กับข้า งั้นดีเลย ข้าจะนำแก่นผลึกวิญญาณของพวกเจ้ามาแทนของที่อู๋ตี้กินไป”
คนพวกนี้ไม่อยากจะเชื่อหูของตนเอง แต่มู่เฉียนซีเริ่มลงมือแล้วจริง ๆ