จะใช้เวลาเพียงเจ็ดวัน จากคนที่ไร้ความสามารถไม่มีพลังอันใดเลย มาเป็นผู้บำเพ็ญภูตระดับห้า“เจ้า…” เยวี่ยซู่ตะลึงงัน ใครบอกเขาว่ามู่เฉียนซีเป็นคนไร้ความสามารถ นี่ไม่ทำให้เขาพลอยซวยไปด้วยหรืออย่างไร ? เขาดึงกระบี่ออกมา กำลังจะเตรียมจู่โจมทว่าตอนนี้เองที่มู่เฉียนซีกล่าวว่า… “เจ้าไม่ได้บอกเองหรอกหรือว่ายอมให้ข้าก่อนสามกระบวนท่า ตอนนี้เพิ่งกระบวนท่าแรกเองนะ”“ข้า…” เยวี่ยซู่กรุ่นโกรธจนกำลังภายในบาดเจ็บ บัดนี้เขาอยากตบหน้าตนเองฉาดใหญ่สักสองสามทีให้ฟื้นตื่นสติ ขึ้นบนหลังเสือแล้วลงมาลำบากแท้ ๆ“หรือว่าเจ้าจะผิดคำพูด ?”“ข้าพูดคำไหนคำนั้น” เยวี่ยซู่กัดฟันกล่าว“ถ้าเช่นนั้นก็… เตรียมใจรับกระบวนท่าถัดไปของข้าเสียเถอะ” มู่เฉียนซียกยิ้มมุมปาก ร่างของนางหายไปพลันจู่โจมอีกครั้ง— ผัวะ! —เยวี่ยซู่ใช้พละกำลังทั้งหมดที่ตัวเขามีมาตั้งรับ แต่หมัดที่ลอยมานั้นแฝงไปด้วยพลังอันน่าหวาดกลัว เขารับมือไว้ไม่ได้ร่างกายของเขาลอยละลิ่วออกไปจนบังคับไม่ได้อีกครา เมื่อถึงข้างสนามการประลอง การประลองจึงหยุดลงทุกคนอึ้งปากอ้าตาค้าง ไม่เชื่อสายตาตัวเองว่านี่คือเรื่องจริง
ทุกคนต่างสูดอากาศเย็นเข้าไป ถอยหลังมาหลายก้าว หากแต่มู่เฉียนซีสตรีน่าตายเดินลงมาจากสนามประลองราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มู่เฉียนซีที่เคยอ่อนแอ เปลี่ยนไปดูกล้าแกร่งขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ? น่ากลัว… น่ากลัวมากจริง ๆ
ครึ่งหนึ่งของการประลองได้จบลง ถัดไปเป็นการแข่งขัน