อาจารย์กล่าว “สนามสอบแรกถ้าไม่ผ่าน จะไม่มีสิทธิ์สอบในสนามถัดไป หากในสามปียังไม่ได้เลื่อนขั้น ทางคณะจะไล่ออกจากสำนักศึกษา”
หรือว่านาง ผู้มีพรสวรรค์อันล้ำเลิศฉายาหมอปีศาจ ผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลมู่จะหนีโชคชะตาโดนไล่ออกไม่พ้น
ทันใดนั้น ประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างหนึ่ง สนามสอบจากที่เคยอบอุ่น อุณหภูมิพลันลดลง ความเยียบเย็นคืบคลานเข้ามาพร้อมร่างบุรุษผู้นี้
อาจารย์ผู้คุมสอบเอ่ยขึ้น “นักเรียนผู้นี้ เจ้ามาช้าไปหนึ่งในสี่ของเวลาสอบ เจ้าต้อง…”
“เฮือก! ท่านอ๋องเยี่ย” เมื่ออาจารย์มองบุคคลที่เข้ามาชัด ๆ ใบหน้าก็ซีดเผือดในทันใด
“ท่านอ๋องเยี่ย เชิญเข้ามาด้านในได้เลย”
ท่าทางของอาจารย์ผู้คุมสอบเปลี่ยนแปลงไปชนิดที่ว่าหน้ามือเป็นหลังมือ พลิกกลับสามร้อยหกสิบองศา
‘เหตุใดเขายังมาร่วมสอบด้วย โดนไล่ออกไปเลยไม่ดีกว่าหรือ’ มู่เฉียนซีพึมพำในใจ
นางเคยฟังมา ท่านอ๋อง ซวนหยวนจิ่วเยี่ยเข้าศึกษาเมื่ออายุสิบหก ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนก็ไม่เคยมาสำนักศึกษาอีกเลย ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงกลับมาในช่วงไม่กี่วันนี้
นางไม่เชื่อว่าซวนหยวนจิ่วเยี่ยจะกลัวเรื่องการไม่ได้เลื่อนขั้นภายในสามปีแล้วจะถูกไล่ออก เพราะนาม จิ่วเยี่ย ขึ้นชื่อในแคว้นจื่อเยี่ยว่าเป็นบุคคลปีศาจ ไม่มีผู้ใดกล้าท้าทาย
ไล่เขาออก ชีวิตคงหาไม่
ชั่วอึดใจที่ซวนหยวนจิ่วเยี่ยนั่งลงที่โต๊ะสอบ มู่เฉียนซีพบว่าเพื่อนนักเรียนโดยรอบที่เขียนอยู่ต่างมือสั่น
เจ้าเยือกเย็นนี่ร