อาถิงกัดฟันพูด “ยายผู้หญิงใจดำ เจ้าลองทำแบบที่ว่านั่นดูสิ หึ!”
มู่เฉียนซีพึมพำ “โธ่ ๆ ๆ ข้าแค่ล้อเล่นเองหน่า อาถิง เจ้าเป็นศาลานิรันดร์ หนึ่งในศาสตราวุธเซียนเชียวนะ ข้าจะยกเจ้าให้คนอื่นไปง่าย ๆ ได้อย่างไรกันเล่า”
“เชอะ! เจ้ารู้ตัวไว้ก็ดีแล้ว” อาถิงเอ่ยขึ้น เบะปากคว่ำ น้ำเสียงเจือความเย็นชาเต็มที่
ความขมขื่นฉายชัดบนใบหน้ามู่เฉียนซี พูดก็พูดเถอะ สำหรับอาถิง นางไม่มีทางให้ใคร แต่… นางคิดไม่ออก เจ้าก้อนน้ำแข็งนั่น จิ่วเยี่ยที่งดงามและเยือกเย็นผู้นั้น ต้องการทำสิ่งใดกันแน่ ?
“คิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิดสิ! เจ้าก็แค่ขยันฝึกฝนจนแข็งแกร่งมากกว่าเขา ถ้าแข็งแกร่งกว่า เจ้ายังจะกลัวเขาอยู่อีกหรือ ?” เสียงของอาถิงดังขึ้นผ่าแทรกความกังวลของสตรีน่าตาย
มู่เฉียนซีได้สติจากคำพูดของอาถิง “ใช่สิ! ขอให้มีความแข็งแกร่งพอ ไม่ว่าชายผู้นั้นจะดูลึกลับขนาดไหน ก็ไม่มีอะไรที่น่ากลัว”
…
กลับมาถึงสำนักศึกษา ก็ต้องเข้าเรียน
นางไม่อยากจะเป็นผู้นำตระกูลคนแรกของแคว้นจื่อเยี่ยที่ถูกไล่ออก หากเป็นเช่นนั้น คงกลายเป็นเรื่องตลกขำขันไปทั่วทั้งแคว้น
อาจารย์ห้องเรียนระดับต่ำรู้สึกฉงนใจที่ผู้นำของตระกูลอันร่ำรวยเป็นอันดับหนึ่งของแคว้นจื่อเยี่ยมาเข้าเรียน
เข้าเรียนเสร็จเรียบร้อย อาจารย์ประกาศขึ้น “การสอบของสำนักศึกษาใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว สามปีนี้ถ้าสอบเลื่อนชั้นไปห้องเรียนระดับกลางไม่ได้ จะถูกไล่ออก”
คนอื่นยังดี อาจารย์หันมามองมู่