งเอ่ยถาม “สะใจไหม ?”
องครักษ์เงามองหน้ากัน รู้สึกสะใจหน่อย ๆ เมื่อก่อนเห็นพวกผู้เฒ่าทำตัวไม่ดีหยิ่งยโสลำพองตน ก็ไม่พอใจ
เมื่อก่อนท่านผู้นำตระกูลไม่โต้ตอบ พวกเขาก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้
“เรียนท่านผู้นำ …สะใจ!” พวกเขาพูดพร้อมกัน
มู่เฉียนซีกล่าว “วันนี้พวกเราทำให้พวกผู้เฒ่านั่นรับมือไม่ทัน แต่หากพวกเจ้าไม่มีความแข็งแกร่ง ถึงมีเงินมากมาย ก็ไม่สามารถทำอะไรที่ดีกว่านี้ได้”
“พวกเจ้ายังอ่อนแอเกินไป อยากจะทำครั้งที่สอง คงต้องทำได้เพียงแค่นอนฝัน”
พวกเขากำมือแน่น แววตาเจือความไม่อยากเชื่อ
คนพวกนี้เป็นคนที่มู่เฟิงอวิ๋น ผู้นำตระกูลมู่คนก่อนคัดสรรมา ล้วนมีพรสวรรค์ที่ดี มีไหวพริบ มีรากฐานที่ยอดเยี่ยม
แม้ว่าพวกเขาภักดีต่อท่านผู้นำ แต่จะไม่ยอมถูกเหยียดหยามเช่นนี้
มู่เฉียนซีพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พวกเจ้าคิดว่าได้ฝึกจนถึงขั้นจอมยุทธ์และปรมาจารย์ภูตก่อนสามสิบมันเก่งกาจมากนักหรือ ?”
พรสวรรค์เช่นนี้ หากอยู่ในกลุ่มอำนาจฝ่ายใดในแคว้นจื่อเยี่ย จะได้รับความไว้วางใจ
“ฮ่า ๆ ๆ ช่างดีจริง ๆ พวกเจ้าทำอะไรอยู่ในตอนที่อาเล็กของข้าถูกนางมารนิกายอวิ๋นหยานใช้พิษจนทำให้ตาบอด ?”
“หากนิกายที่มีอำนาจเช่นนิกายอวิ๋นหยานเผชิญกับตระกูลมู่ของเราอีกครั้ง พวกเจ้าสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง ?”
ขาของอาเล็กเป็นเช่นนี้ตั้งแต่วัยเด็ก แต่ดวงตาคู่นั้น…
มู่เฉียนซีกำมือแน่น สองสามวันมานี้นางสืบเรื่องราวได้ เรื่องที่เกิดขึ้นกับอาเล็กนางรับรู้ม