ยวสยายพาดลงมาเคลียไหล่ พลิ้วไหวเงางามดุจแพรไหม ขนตาที่เหมือนกับปีกผีเสื้อยามกระพือ ดวงตาสีเขียวเป็นประกลายดึงดูดจิตใจคน
ดวงตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์และไร้เดียงสากอปรกับริมฝีปากที่คอยเผยอเผยรอยยิ้มร้าย สองลักษณะผสมกลมกลืนกัน กลับทำให้ไม่รู้สึกขัดตาข้องใจ
น่าหลานอวี้ยืนอึ้งตะลึงงันไปแล้ว เขาเคยเห็นคนสวยคนหล่อมานักต่อนัก แน่ใจว่าไม่มีใครสามารถทัดเทียมได้กับคุณชายน้อยคนนี้ ความงามคนอื่นห่างไกลกันมาก
มู่เฉียนซีมองน่าหลานอวี้ “เจ็บไหมเล่า ? ยิ้มให้ข้าสิ แล้วข้าจะให้ยาถอนพิษกับเจ้า”
นางไม่คิดจะเป็นศัตรูกับเขา เพียงแต่แค่ล้อเล่นกันเท่านั้น
“เสียใจด้วย ข้าไม่ขายรอยยิ้มพร่ำเพรื่อ”
“อ้าว! ไม่ขายรอยยิ้ม แล้วทำไมเจ้ายิ้มให้ทุกคนเล่า ?”
เมื่อได้ฟังวาจา น่าหลานอวี้โกรธจนอยากจะกระอักเลือด หน้าสวยทว่าแฝงนิสัยอย่างปีศาจน้อย
“ฮ่า ๆ ๆ” มู่เฉียนซีหัวเราะเบา ๆ “ข้าไม่ล้อเจ้าแล้ว ไม่เล่นกับเจ้าแล้ว”
รอยยิ้มของมู่เฉียนซีทำให้น่าหลานอวี้ถึงกับอึ้งงัน
เสียงหัวเราะสบาย ๆ ลอยไปตามสายลม ใบหน้างดงามหมดจดทำให้สภาพแวดล้อมหมองหม่น
ขนาดหมอไป๋ยังคงตะลึง บุรุษตัวน้อย หน้าตาอย่างนี้แล้วยังหัวเราะอีก เดี๋ยวก็เป็นเรื่องยากจะคลี่คลายหรอก
น่าหลานอวี้รู้สึกว่าตรงเอวเริ่มหายปวด มู่เฉียนซีกล่าวออกไปว่า… “อยากแก้แค้นไหมล่ะ ? เชิญเจ้าตามสบาย”
“ข้าหาใช่คนโง่ ลงมือกับหมอปรุงยาที่ปรุงยาพิษเป็น ข้าอาจตายไม่รู้ตัว ข้าน่าหลานอวี้