ี่สุดเจ้าก็เคลื่อนไหว
ตระกูลโอวหยางเป็นตระกูลที่ได้รับการแต่งตั้งจากฮ่องเต้เป็นการส่วนพระองค์ ในแคว้นจื่อเยี่ยถือว่ามีความโดดเด่นมาก ตระกูลนี้มีฮองเฮามาสามรุ่น เป็นอีกตระกูลนอกเหนือจากเชื้อพระวงศ์ที่ไม่มีผู้ใดกล้าต่อกร
ทันทีที่คุณหนูใหญ่โอวหยางเสนอราคา แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าแย่งชิงกับนาง
หากแต่บนชั้นห้าพลันมีเสียงทุ้มสง่างามดังลอดออกมา เป็นเสียงฟังสบายไม่ต่างกัน “หกแสนหนึ่งหมื่น”
ความโกลาหลเข้าครอบงำผู้คนอีกครั้ง คนบนชั้นห้าเริ่มเคลื่อนไหวในที่สุด
ฟังจากน้ำเสียงเหมือนยังเด็กอยู่ เหตุใดจึงกล้าต่อกรกับคุณหนูใหญ่ผู้ดื้อรั้นแห่งตระกูลโอวหยาง ช่างใจกล้าเพียงใดกัน
“เจ็ดแสน!” โอวหยางเหว่ยกัดฟันพูด นางตั้งใจแล้วว่าขวดสุดท้าย อย่างไรก็ต้องสู้
หากแต่เสียงนุ่มนวลยังกล่าวเพิ่มราคา
“เจ็ดแสนหนึ่งหมื่น”
“แปดแสน!”
“แปดแสนหนึ่งหมื่น”
โอวหยางเหว่ยโกรธมากจนจะระเบิด ยามที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวราคา จะเพิ่มเงินหนึ่งหมื่นเหรียญทุกคราไป ราวกับว่าฝ่ายนั้นกำลังกลั่นแกล้งนาง
โอวหยางเหว่ยหรี่ตาแคบลง “ท่านคงมีฐานะสูงส่ง เหตุใดจึงต้องกลั่นแกล้งสตรีตัวเล็ก ๆ เช่นข้า!”
“ข้าเนี่ยน่ะรึกลั่นแกล้งเจ้า ?” มู่เฉียนซีถามด้วยน้ำเสียงขี้เล่น นางเอ่ยต่อ “ง่ายมาก หากคุณหนูโอวหยางไม่มีเงินก็อย่าเพิ่มราคาสิ”
“ให้ตายเถอะ คนอย่างข้าจะไม่มีเงิน ไม่มีทาง!”
เป็นเวลานานแล้วที่นางโดนเปรียบเทียบเรื่องเงินโดยคนงี่เง่ามู่เฉียนซี มันทำให