งของคนผู้หนึ่งเข้ามาอยู่ในสายตานาง
บุรุษเย็นชาราวเทพอสูร แม้เป็นตอนกลางวัน กลิ่นอายมืดมนของเขาก็สามารถปกปิดแสงสว่างทั้งหมดได้
มู่เฉียนซีเม้มริมฝีปากแน่น บ่นในใจ ‘เจ้าคนผู้นี้ยังจะสวมหน้ากากในยามกลางวันอีก คิดว่าไม่มีใครจำเขาได้หรืออย่างไร ?’
ในเวลานั้น สายตาเยือกเย็นภายใต้หน้ากากจ้องมองมาราวกับจะมองทะลุตัวนางได้
พ่อบ้านไป๋ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กล่าวถาม “นายท่าน มีอะไรหรือ ?”
“อ๊ะ!”
ฉับพลันทันใดพ่อบ้านไป๋ตกตะลึง ด้วยความสามารถของเขา เขามองเห็นใบหน้าของมู่เฉียนซีที่อยู่ใต้ผ้าแพรได้อย่างชัดเจน แต่เดิมคิดว่านายของเขางดงามแล้ว ไม่คิดว่าบนโลกใบนี้จะมีคุณชายที่รูปงามไม่แพ้กับนายท่านอยู่ อีกทั้งคุณชายน้อยผู้นี้ยังมีดวงตาเป็นประกายคล้ายผู้เป็นนายของเขาที่มีดวงตาสีฟ้าใสทว่าเยือกเย็นราวก้อนน้ำแข็ง
มู่เฉียนซีเดินผ่านไปราวกับพบเจอคนแปลกหน้า นางรู้สึกได้ว่าสายตาจ้องมองมาที่แผ่นหลังของนางยังไม่เลือนหาย
เขา… ไม่น่าจะจำนางได้ ใช่ไหม ?…
สภาพของนางในตอนนี้ แม้แต่ท่านอาเล็กยังจำนางไม่ได้เลย และเขาจะจำนางได้หรือ ?
พ่อบ้านไป๋รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ส่อเค้าอันตรายของนายท่าน เขาไม่กล้าเอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก ดูเหมือนนายท่านจะโกรธชายหนุ่มผู้นั้นมาก
ชายผู้นั้นรูปงาม น่าแปลกเหลือเกินที่เขาเห็นนายท่านแล้วไม่มีอาการหวาดกลัวเหมือนคนทั่วไป แต่แค่นี้ก็ไม่น่าทำให้นายท่านโกรธ อีกทั้งถ้ามีคนทำให้นายท่านโกรธ คนผู้นั้นคง