“ท่านคือ…”
“ท่านรีบออกไปเถอะ ถ้าหากหมออวิ๋นเข้ามาเห็นเขาต้องไม่ปล่อยท่านไปแน่”
ผู้ที่เดินเข้ามาเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างผอมตัวเล็กอายุประมาณสิบห้าถึงสิบหกปี หน้าตามอมแมม
อวิ๋นเซิ่งคนนี้เจ้าระเบียบ เจ้ากี้เจ้าการ ไม่รู้ว่าผู้ช่วยหมอโดนตบตีด่าทอไปเท่าไร สุดท้ายก็เหลือเพียงเขาแค่คนเดียว
— เพียะ! เพียะ! เพียะ! —
เสียงแส้ดังมาจากข้างนอก มู่เฉียนซีชี้ไปข้างนอก
“ตอนนี้เขาคงจะไม่มีแรงทำอะไรใครได้หรอก”
เด็กหนุ่มเดินออกไปข้างนอกพลันเห็นคนของสกุลมู่ เมื่อก่อนด้วยฐานะของนักปรุงยา อวิ๋นเซิ่งจึงใช้อำนาจบาตรใหญ่ บัดนี้อวิ๋นเซิ่งโดนจับกดเฆี่ยนตีอย่างหนัก เนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเลือด
เขาชะงักไปสักพัก นี่…
อวิ๋นเซิ่งฟื้นจากการสลบไสลเพราะความเจ็บปวด พลันได้สติขึ้นมาเขาก็ตะโกนด้วยเสียงอันดัง
“ผู้นำตระกูล ไว้ชีวิตด้วย! ข้าผิดไปแล้ว”
“ข้าผิดไปแล้วจริง ๆ”
เด็กหนุ่มตกตะลึง ดวงตากลมโตมองไปที่มู่เฉียนซี คนผู้นี้คือผู้นำตระกูล ? หญิงสาวที่สวมชุดกระโปรงยาวแพรไหมสีม่วงอ่อน เส้นผมประดับประดาเรียบง่าย มีแค่ปิ่นหยกสีดำดั่งหมึกเสียบอยู่ผิวพรรณขาวนวลผ่องดั่งหิมะ รูปร่างหน้าตางดงามเหมาะเจาะ เส้นผมดำขลับดั่งไหมแพรชั้นดี
ร่างกายของนางรายล้อมไปด้วยกลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ขยายจากภายในสู่ภายนอก ความสูงศักดิ์ที่แฝงไปด้วยความเย็นชา
ข่าวลือที่เกี่ยวกับผู้นำตระกูลที่เขาได้ยินมา มันช่างแตกต่างกันมากเสียจริง เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง