ซวนหยวนหลี่เทียนพูดเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อถอนหมั้น เพราะหากฮ่องเต้ทรงยอมก็คงจะถอนหมั้นไปนานแล้ว
แต่จุดประสงค์ที่เขาพูดเช่นนี้ก็เพื่อบอกกับมู่เฉียนซีว่าเขาเป็นคู่หมั้นของนาง และการที่เขาเสียหน้าไม่ได้เป็นผลดีต่อนางเลย
อีกทั้งเพื่อเป็นการย้ำเตือนกับนางว่า ถึงแม้ในวันนี้นางจะเปลี่ยนไปมาก แต่เขา ซวนหยวนหลี่เทียน ก็เคยเป็นบุรุษที่นางยอมทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้แต่งงานด้วย
สิ่งเหล่านี้เจ้าของร่างเดิมนั้นใส่ใจมากมายนัก แต่กับมู่เฉียนซีคนใหม่กลับไม่คิดจะแยแสเลยแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีเผยยิ้มมุมปาก
“พวกเจ้า! มาเชิญท่านหลี่อ๋องเข้าไปในโลงศพที่เขาจัดเตรียมด้วยความประณีตที ส่วนหนังสือถอนหมั้นนั้นไม่ต้องรอให้ท่านไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในพระราชวังหรอก ข้าจะเขียนให้ท่านเดี๋ยวนี้เอง”
ซวนหยวนหลี่เทียนเบิกตาโพลงจนดวงตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
“มู่เฉียนซี เจ้าว่าอะไรนะ เจ้าจะถอนหมั้นอย่างนั้นหรือ ?”
เขารู้ดีว่าเมื่อสามปีที่แล้ว มู่เฉียนซีชอบพอเขา จนต้องเสียผลกำไรอันมหาศาลของตระกูลมู่ไปเพราะนำสมบัติมากมายเหล่านั้นออกมาเพื่อแลกกับหนังสือสัญญาหมั้นหมายเพียงฉบับเดียวจากเสด็จพ่อ
แต่วันนี้นางกลับบอกว่าจะถอนหมั้น นี่เป็นสิ่งที่เขาอยากได้มาโดยตลอด แต่มาวันนี้ใกล้จะได้สมดังใจแล้ว เขากลับโมโหเสียนี่
มีแต่เขาเท่านั้นที่มีสิทธิ์ทิ้งผู้อื่น มู่เฉียนซีถือดีอย่างไรมาเขี่ยเขาทิ้ง
“หลี่อ๋อง เชิญพ่ะย่ะค่ะ”
องครักษ์เงาของตระกูลมู่ทำตามคำสั