— อึก! —
ทหารคุ้มกันที่หัวเราะอยู่เมื่อครู่ จู่ ๆ ก็พากันกระอักเลือดและล้มลงไปกับพื้นทีละคน ทหารกว่าสิบนายสิ้นใจตายไปในชั่วพริบตา
ซวนหยวนหลี่เทียนหน้าเปลี่ยนสีทันที ส่วนองครักษ์ที่เหลือต่างกรูเข้ามายืนคุ้มกันเขาอยู่เบื้องหน้าเพื่อไม่ให้มู่เฉียนซีสังหารนายของตน ฉับพลันนั้นเองความเงียบงันก็เข้าปกคลุมพื้นที่ลานประลอง แม้แต่เสียงเข็มหล่นสักเล่มก็ยังได้ยินชัด
— ครืด! … ครืด! … —
เสียงล้อเลื่อนของอะไรบางอย่างเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ทันใดนั้นร่างสีขาวร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ ปรากฏตัวสู่สายตามู่เฉียนซี เจ้าของร่างสวมอาภรณ์สีขาวสะอาดดุจดั่งหิมะ ใบหน้าหล่อเหลานั้นงดงามประหนึ่งหยกสลัก ผมดำขลับเกล้าไว้อย่างเรียบง่ายด้วยปิ่นหยกสีขาว ปลายผมที่ถูกปล่อยสยายลงมาก็พลิ้วไหวดั่งม่านน้ำตก
บุรุษผู้งดงามถึงเพียงนี้ ทว่ากลับนั่งอยู่บนรถเข็น
บุรุษชุดขาวเงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ หันมาทางมู่เฉียนซี หญิงสาวมองเห็นดวงตาที่อยู่ภายใต้แพขนตาหนาคู่นั้น เป็นดวงตาอันแสนคุ้นเคยที่ไม่มีแม้แต่ประกายใด ๆ
“ท่านอา!”
มู่เฉียนซีเรียกขานคำนี้ออกมาอย่างไม่อาจห้ามตัวเองได้ เสียงเรียกนี้มิใช่ความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิม แต่มันกลั่นออกมาจากใจของนางเอง
ทั่วทั้งใต้หล้า บุรุษเพศที่อยู่ในสายตาของ ‘มู่เฉียนซีคนเดิม’ มีเพียงซวนหยวนหลี่เทียนเท่านั้น ส่วนท่านอาของตนที่สองขามิอาจเดินเหินได้ ดวงตามิอาจมองเห็นผู้นี้ นางกลับพยายามหลบหลีกราวก