่างไรเล่า” มู่เฉียนซีบ่นพึมพำ
แม้ว่านางจะบรรลุเป็นผู้บำเพ็ญภูตระดับสามแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าตนเองจะสามารถหนีพ้นไปจากเงื้อมมือของบุรุษน่ากลัวผู้นั้นได้
“ก็ต้องคิดหาวิธีเองแล้วล่ะ เป็นเพราะกำลังของเจ้าอ่อนแอเกินไป ข้าจึงฟื้นฟูตัวข้าเองได้น้อยมาก ช่วยเจ้าไม่ได้หรอก”
จริงอย่างที่เขาพูด กำลังของนางอ่อนแอเกินไป หากคิดจะอาศัยพลังวิญญาณอันน้อยนิดนี้เพื่อหลบหนี โอกาสที่จะสำเร็จได้ก็เป็นได้แค่สิ่งเพ้อฝันเท่านั้น ทว่าก็ยังมีอยู่หนทางหนึ่ง…
แววตาของนางเปล่งประกายแวววับ ก่อนจะเดินออกไปตะโกนเรียกโครงกระดูกที่เฝ้าอยู่ด้านนอกตลอดเวลา
“เจ้าน่ะ มานี่”
โครงกระดูกสีโลหิตเดินเข้ามาหาอย่างเชื่อฟัง มู่เฉียนซีเอ่ยถาม…
“ที่นี่มีคลังเก็บสมุนไพรหรือไม่ ?”
โครงกระดูกพยักหน้าก่อนจะหันหลังเดินจากไป
สีหน้าของมู่เฉียนซีบึ้งตึงลงฉับพลัน นางหลงนึกว่าเจ้าโครงกระดูกจะรีบนำทางนางไปยังคลังเก็บสมุนไพรเสียอีก แต่ที่ไหนได้ ดูเหมือนว่ามันจะรีบไปรายงานเรื่องนี้กับเจ้านายตัวเองเสียมากกว่า
อย่างไรก็ตาม มนุษย์โครงกระดูกผู้ถูกถามก็ไม่ได้ไปหานายของตนโดยตรง มันไปรายงานเรื่องกับพ่อบ้านไป๋ ซึ่งผู้ทำหน้าที่พ่อบ้านก็เป็นคนไปขออนุญาตผู้เป็นนาย
“นายท่าน หญิงที่ท่านพากลับมาเมื่อคืนนี้ต้องการตัวยาสมุนไพรขอรับ”
“ตามใจนาง” เสียงเย็นชาตอบกลับแทบจะในทันที
“ขอรับ”
.