มู่เฉียนซีรีบลุกขึ้นเป็นการด่วน แต่ไม่คาดคิดว่าสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือชายรูปงามราวกับภาพวาดจากเส้นสายลายน้ำหมึกอันพลิ้วไหวที่เกิดจากปลายพู่กันของปรมาจารย์ขั้นสุดยอด
บุรุษใต้ร่างของนางนั้นมีผมดำยาวที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ แต่แสงจันทร์ที่ส่องกระทบและเคลือบผมดำขลับดุจน้ำหมึกอันนุ่มลื่นเสียยิ่งกว่าแพรไหมนี้ก็ทำให้แลดูนุ่มนวลชวนสัมผัส
เขามีดวงตาสีฟ้าคล้ายน้ำแข็ง แต่ลึกล้ำดั่งก้นบึ้งของหุบเหว สงบไร้คลื่นอารมณ์ใด ๆ ประดุจจะสามารถดูดกลืนวิญญาณผู้คนได้ สันจมูกสูงโด่ง ริมฝีปากแดงระเรื่อ สองส่วนบนใบหน้าของเขาดูเย็นชา อีกสองส่วนเต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าเย้ายวนใจ แต่นางกลับรู้สึกได้ถึงความร้ายกาจที่ฝังลึกอยู่ในเลือดเนื้อและกระดูกเฉกเช่นเจ้าแห่งอสูรผู้เยือกเย็นหรือปีศาจชั่วร้ายที่ไร้ผู้เทียมทาน
ฉับพลันนั้นเอง บุรุษดวงตาสีฟ้าก็ยื่นมืออันเย็บเฉียบของเขาพุ่งเข้าบีบคอนางอย่างไร้ปรานี กลิ่นอายแห่งความตายแผ่คลุมไปทั่วบริเวณ
สายตาคู่นั้นเยือกเย็นเสียราวกับจะแช่แข็งนางได้ และยังแฝงไอสังหารของปีศาจที่บาดลึกเข้าไปถึงกระดูก
“ข้าไม่ได้ตั้งใจล้มทับท่าน” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ
เมื่อบุรุษผู้ทะนงองอาจถูกสตรีสภาพร่างไม่ชวนมองที่พุ่งมาจากทิศทางใดไม่ทราบใช้เป็นเบาะรองกายมีหรือจะไม่ขุ่นเคือง ไม่ว่าผู้ใดก็คงโมโหจนอยากฆ่าคนเป็นแน่
แต่ใครเลยจะรู้ว่าคำพูดของเขาจะกลับกลายเป็นเช่นนี้….
“ศาลานิรันดร์อยู่กับเจ้า