คิ้วสีเข้มดุจน้ำหมึก ผิวพรรณขาวละเอียดดั่งหิมะ โครงหน้าที่งดงามเปรียบประดุจภาพวาดของเหล่าทวยเทพ ผมยาวสีเขียวเทาของเขาที่สยายอยู่บนผืนน้ำดูหนานุ่มราวผ้าไหมเนื้อดี แพขนตาดกหนาและเข้มชัดดุจปีกผีเสื้อขยับไหวเล็กน้อยก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นและเผยให้เห็นดวงตาสุกใสสีเขียวอ่อนที่สะกดหัวใจยิ่งนัก
ดูบริสุทธิ์ไร้มลทินราวภูตน้อยที่มิเคยเฉียดกายเข้าใกล้ความมัวหมองใด ๆเขามองมาที่มู่เฉียนซี ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับพูดว่า…“ที่แท้ก็เป็นหญิงอัปลักษณ์เช่นเจ้านี่เองที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ของข้า และยังมาปลุกให้ข้าต้องตื่นขึ้นมาอีก”สิ้นเสียงนั้นสีหน้าของมู่เฉียนซีที่กำลังชื่นชมความงามของบุรุษตรงหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นทันที“หนุ่มน้อย เจ้ามีปัญญาแน่จริงก็ขึ้นมาบนบกสิ ข้ารับรองว่าจะไม่ตีเจ้าตาย แต่กล้าดีอย่างไรถึงว่าข้าเป็นหญิงอัปลักษณ์”“ก็เจ้าหน้าตาอัปลักษณ์จริง ๆ นี่ ยังไม่ยอมฟังผู้อื่นอีก”เสียงของเด็กหนุ่มไพเราะน่าฟังราวกับเสียงขับร้องของภูตพราย ทว่าฝีปากนั่นกลับร้ายกาจใช่ย่อย มู่เฉียนซีเดินตรงไปยังริมศาลากระทั่งเงาของนางสะท้อนบนผืนน้ำ แม้แต่นางเองก็ยังตกตะลึงเมื่อเห็นภาพสะท้อนของตนเอง กระโปรงยาวสีทองขาดวิ่นเหมือนกับเสื้อผ้าของขอทานก็ไม่ปาน ผมเผ้าของนางกระเซอะกระเซิงดูดีกว่ารังนกไม่เท่าไหร่ และยังใบหน้าของนางอีก ตบแป้งเสียหนาเตอะ ทำราวกับขุดเอาเครื่องสำอางทั่วทั้งใต้หล้ามาพอกทาบนใบหน้านี้จนหมดสิ้