ขอทานก็ไม่ปาน ผมเผ้าของนางกระเซอะกระเซิงดูดีกว่ารังนกไม่เท่าไหร่ และยังใบหน้าของนางอีก ตบแป้งเสียหนาเตอะ ทำราวกับขุดเอาเครื่องสำอางทั่วทั้งใต้หล้ามาพอกทาบนใบหน้านี้จนหมดสิ้น‘เลวร้ายมาก… รับสภาพนี้ไม่ได้ รับไม่ได้เลย ต้องล้างออกเดี๋ยวนี้’— ตูม! —คิดแล้วมู่เฉียนซีก็กระโดดลงทะเลสาบไปทันควัน ทันใดนั้นนางก็ได้ยินเสียงร้องดังขึ้น“อ๊าก! หญิงอัปลักษณ์ ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้นะ กล้าดีอย่างไรมาทำให้ทะเลสาบภูตวารีของข้าต้องแปดเปื้อน”ในตอนนั้นเอง ระลอกคลื่นขนาดใหญ่ก็ก่อกำเนิดขึ้นบนผืนน้ำแล้วตรงเข้าจู่โจมมู่เฉียนซีหมายจะซัดให้กระเด็นออกไป— หมับ! —มู่เฉียนซีพุ่งร่างเข้าหาเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นมือไปบีบคอเขาพร้อมกับเอ่ยขึ้น….“หนุ่มน้อย ถ้าเจ้ายังกล้าลงมืออีก ข้าก็จะหักคอเจ้าเสีย”ผิวเย็นเยียบของเขาละเอียดเรียบเนียนประดุจดังเครื่องเคลือบดินเผาชั้นดี“โอ๊ย…”ชั่วพริบตานั้น หญิงสาวก็รู้สึกเจ็บปวดทั่วร่างกาย มู่เฉียนซีถลึงตาจ้องมองเด็กหนุ่มผู้งดงามดั่งภูตวารีเบื้องหน้า“น่าฆ่าให้ตายนัก เจ้าทำอะไรข้า”สีหน้าของเด็กหนุ่มก็ขาวซีดไม่แพ้กัน เขากล่าวขึ้นอย่างโมโห“เจ้าไปให้พ้นนะ รีบไปให้พ้น”มู่เฉียนซีเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกายราวกับถูกฉีกทึ้งอย่างทารุณ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนหน้าผากมากมาย และเมื่อได้ยินคำพูดที่แสนจะน่ารังเกียจของอีกฝ่าย ไฟโทสะของนางก็พลันลุกโชนขึ้นในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางก็ไม่มีทางเลือกอื่น… หญิง