เพียงนี้ ด้วยแรงมหาศาลขนาดนั้น เกรงว่าหากกระแทกพื้น ร่างกายของนางคงต้องเละเป็นเนื้อบดแน่— ตุบ! —ทว่าครั้งนี้ มู่เฉียนซีกลับไม่ได้กระแทกพื้นจนร่างแหลกเป็นก้อนเนื้ออย่างที่คิดไว้ แต่นางกลับกระแทกลงบนพื้นที่กว้าง ๆ แสนสบายแทน ‘…อืม เป็นพื้นผิวที่ประหลาดดีแท้ ทั้งหยืดหยุ่น มั่นคง แถมยังดูจะอุ่นอยู่หน่อย ๆ เสียด้วย อุ่นรึ ?… อา…’ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ได้รู้ แท้จริงแล้วสิ่งที่นางทับอยู่ใต้ร่างนั้นเป็น… มนุษย์
ดูบริสุทธิ์ไร้มลทินราวภูตน้อยที่มิเคยเฉียดกายเข้าใกล้ความมัวหมองใด ๆ
เขามองมาที่มู่เฉียนซี ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับพูดว่า…“ที่แท้ก็เป็นหญิงอัปลักษณ์เช่นเจ้านี่เองที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ของข้า และยังมาปลุกให้ข้าต้องตื่นขึ้นมาอีก”สิ้นเสียงนั้นสีหน้าของมู่เฉียนซีที่กำลังชื่นชมความงามของบุรุษตรงหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นทันที“หนุ่มน้อย เจ้ามีปัญญาแน่จริงก็ขึ้นมาบนบกสิ ข้ารับรองว่าจะไม่ตีเจ้าตาย แต่กล้าดีอย่างไรถึงว่าข้าเป็นหญิงอัปลักษณ์”“ก็เจ้าหน้าตาอัปลักษณ์จริง ๆ นี่ ยังไม่ยอมฟังผู้อื่นอีก”เสียงของเด็กหนุ่มไพเราะน่าฟังราวกับเสียงขับร้องของภูตพราย ทว่าฝีปากนั่นกลับร้ายกาจใช่ย่อย มู่เฉียนซีเดินตรงไปยังริมศาลากระทั่งเงาของนางสะท้อนบนผืนน้ำ แม้แต่นางเองก็ยังตกตะลึงเมื่อเห็นภาพสะท้อนของตนเอง กระโปรงยาวสีทองขาดวิ่นเหมือนกับเสื้อผ้าของขอทานก็ไม่ปาน ผมเผ้าของนางกระเซอะกระเซิงดูดีกว่ารังน