ท้ายก่อนจะจากไป…
…
หลังจากทิ้งสุนัขไว้เพื่อทำลายศพแล้ว ทั้งสามคนก็กำลังจะเดินจากไปทว่าเมื่อได้ยินเสียงนั้น พวกเขาก็หันหน้ากลับไปมอง และได้ปะทะเข้ากับแววตามืดมนคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองพวกเขาอย่างดุร้าย
ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายเย็นยะเยือกราวน้ำแข็ง ทั้งเยือกเย็นและน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าธาตุหยินในหลุมศพนี่เสียอีก คนที่สิ้นลมไปแล้วอย่างแน่แท้ แต่ยามนี้กลับยืนตระหง่านอยู่บนกองกระดูกและซากศพ สายตาจับจ้องมายังจุดที่พวกเขาอยู่
“ผีหลอก!”
ทั้งสามร้องลั่นด้วยความตกใจกลัว คิดจะก้าวเท้าเผ่นหนีแต่มู่เฉียนซีก็เอ่ยปากขึ้นเสียก่อน
“หยุด!” เสียงนั้นเย็นชาราวกับดังออกมาจากขุมนรกก็มิปาน ทั้งสามคนหวาดผวาเสียจนร่างกายแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหนอีกแม้เพียงก้าวเดียว
“อย่าฆ่าข้าเลย อย่ากินข้าเลย พวกข้าแค่รับเงินมา แล้วก็ทำงานเท่านั้นเอง”
มู่เฉียนซีค่อยๆ ก้าวลงมาจากภูเขาซากศพขนาดย่อม เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง คราบเลือดเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างกาย ราวกับพึ่งปีนขึ้นมาจากแดนนรกก็ไม่ปาน นางไม่ได้สนใจคนทั้งสามอีก แต่กลับกวาดสายตาสังเกตดูรอบด้านแทน
‘ที่นี่ที่ไหน..? เรากำลังคิดค้นยาตัวใหม่อยู่ในห้องปรุงยาไม่ใช่หรือ ?’
“อา!” ทันใดนั้น หัวก็เริ่มปวดตุบ ความทรงจำทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ พากันหลั่งไหลเข้าสู่สมองของนาง ราวกับสายน้ำที่เชี่ยวกราก มู่เฉียนซี ผู้นำตระกูลมู่! ตระกูลมู่ ตระกูลคหบดีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจื่อเยี่ย ตระกูลมู่ร่ำร