นั้นแล้วรู้สึกไม่เจริญหูเจริญตาเอาเสียเลย เขาคิดในใจว่า:‘วันหลังฉันต้องหาเวลาออกแบบเครื่องแบบเครื่องแต่งกายอย่างเป็นทางการสักหน่อยแล้ว ไม่อย่างนั้นข้าราชการของเมืองคงดูเหมือนพวกนักเลงข้างถนนหมดพอดี มันส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเมืองจริง ๆ ไว้มีเวลาค่อยไปคุยเรื่องภาพลักษณ์กับเจ้าโจวเวินหน่อยดีกว่า แต่ด้วยรสนิยมความงามอันสุดแสนจะแปลกประหลาดของเจ้านั่น ปรึกษาไปก็คงไม่ได้เรื่องอะไรขึ้นมา’
“จะโวยวายอะไรกันนักกันหนา? ไม่เห็นฉันรึไง? ยังไงนายก็เป็นถึงหัวหน้ากองกำลังรักษาการณ์เมืองโบราณเต๋อเต๋อนะ ทำท่าทางแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน?” หลี่เสวียนเอ่ยปากดุชายหนุ่มผู้นั้นก่อนจะเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น?”
“คาร์โลแมน… คาร์โลแมนอยู่ที่หน้าประตูเมืองในตอนนี้ครับ… เขาบอกว่าต้องการพบกับโจวเวิน เจ้าเมืองของเรา…” ชายหนุ่มพยายามข่มใจให้สงบ แต่เนื้อเสียงยังคงสั่นเครือด้วยความตื่นตระหนก
แม้ว่าคนทั้งโลกจะยอมรับแล้วว่าคาร์โลแมนนั้นเทียบไม่ได้กับจักรพรรดิมนุษย์ แต่คนธรรมดาทั่วไปไม่ได้มองว่าจักรพรรดิมนุษย์เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว ในสายตาของชาวบ้าน คาร์โลแมนยังคงเป็นตัวตนอันทรงพลังที่ไม่มีใครสามารถต่อกรได้อยู่ดี
“หมอนั่นมาทำไมกัน?” หลี่เสวียนขมวดคิ้วมุ่น นึกไม่ออกว่าคาร์โลแมนมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ เขาจึงทำได้เพียงเดินออกไปพบ เพื่อสืบดูว่าคาร์โลแมนมาที่นี่เพื่ออะไร