สิ่งมีชีวิตจากอวกาศนอกโลกไม่ได้ถูกพัดพาเข้ามาในชั้นบรรยากาศ และโจวเหวินก็ได้เฝ้าสังเกตพืชแปลกประหลาดนั้น
เสียงจังหวะการเกิดฟองอากาศฟังดูไพเราะมาก ไม่ดังเกินจริงเหมือนเสียงที่เกิดจากการแตกของธารน้ำแข็ง แต่ก็ชวนให้รู้สึกประทับใจ
โจวเหวินไม่มีอะไรทำเมื่อว่างงาน จู่ๆ เขาก็เรียกเอลฟ์โน้ตดนตรีออกมา และใช้เอลฟ์โน้ตดนตรีนั้นบรรเลงเพลงจากฟองสบู่
แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจดนตรี แต่จิตวิญญาณโน้ตดนตรีนั้นกลับมีพรสวรรค์และความสามารถทางดนตรี บวกกับความจำที่ดีของโจวเหวิน ทำให้จิตวิญญาณโน้ตดนตรีสามารถจำลองเสียงฟองสบู่ และสร้างเสียงดนตรีฟองสบู่ต่อเนื่องได้อย่างรวดเร็ว
ฟองอากาศลอยขึ้นเรื่อยๆ และพลังเสียงของโจวเหวินก็เพียงพอแล้ว เขาจึงคัดลอกโน้ตเหล่านั้นทีละตัว เสียงเพลงที่ออกมาทำให้โจวเหวินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เสียงเพลงนั้นช่างติดหูเหลือเกิน โจวเหวินฟังแล้วน้ำตาก็เอ่อล้นออกมาจากดวงตาที่ไร้สติของเขา
โจวเหวินเป็นคนที่ค่อนข้างนิ่งเฉยในด้านอารมณ์ เขาไม่ใช่คนอ่อนไหว เขาฟังเพลงธรรมดาๆ และแม้คนอื่นจะรู้สึกซาบซึ้งจนร้องไห้ แต่เขากลับแทบไม่รู้สึกอะไรเลย แต่เพลงในฟองสบู่เสมือนจริงกลับทำให้เขารู้สึกเศร้าอย่างรุนแรง
มันเป็นดนตรีที่ใกล้เคียงกับความสิ้นหวังและความเงียบสงบ แฝงด้วยความโกรธที่ถูกกดดัน ราวกับเป็นเสียงคำรามก่อนตาย หรือเพลงไว้อาลัยก่อนที่ยมทูตจะมาถึง
ไม่มีพรแห่งพลังชีวิต แต่ตัวดนตรีเองกลับมีเสน่ห์ดึงดูดใจ