หลิวหยุนหันกลับไปมองโจวเหวินสองสามครั้ง จากนั้นก็มาถึงด้านหน้าของโจวเหวิน จ้องมองใบหน้าของเขาอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็มองดูโดยที่คิ้วของเขาค่อยๆ ขมวดขึ้น
“แปลกจริง ๆ เห็นได้ชัดว่ามันเป็นรูปปั้นหิน ทำไมถึงมีน้ำใจและน่ารังเกียจถึงเพียงนี้” หลิวหยุนมองสัตว์หินแล้วพึมพำกับตัวเอง
“จิตวิญญาณของเด็กคนนี้เฉียบคมมาก!” โจวเหวินตกตะลึง กลัวเล็กน้อยที่จะถูกหลิวหยุนเห็น
เขาไม่ได้ออกไปล่องลอยและลอยไปบนเมฆ ในกรณีที่เขาถูกแปลงร่างเป็นรูปปั้นหินและไม่สามารถเคลื่อนไหวโดยลอยไปบนเมฆได้ พระเจ้าทรงรู้ว่าเมฆจะแก้แค้นเขาอย่างไร
“ยิ่งมองก็ยิ่งเกลียด” หลิวหยุนหันกลับไปและเดินไปข้างหน้า เอื้อมมือไปหยิบโซ่กางเกง
“ไม่…ไม่ใช่เหรอ…” โจวเหวินรู้สึกหวาดกลัวในใจ เขารู้สึกอยากจะหันหลังกลับเพื่อหนี เขาดูเหมือนจะเดาได้ว่าหลิวหยุนต้องการทำอะไร
แต่เขาไม่สามารถหลบหนีได้เลยแม้แต่จะหลับตาก็ไม่ได้ด้วย
ซิ!
น้ำพุใสไหลลงมาบนขาหน้าของสัตว์ร้ายหิน ทำให้โจวเหวินเกิดความขัดแย้งในใจว่าอยากจะเตะเมฆที่ตายแล้วออกไป
ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือกลุ่มเมฆที่ไหลยังคงทำให้มุมของเครื่องพ่นน้ำพุสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำพุพุ่งสูงขึ้น
“เป็นไงบ้าง อับอายขายหน้า เจ้าไม่เคยเห็นทารกที่งดงามเช่นนี้หรือ? พรสวรรค์อันล้ำค่าเช่นพระผู้เป็นเจ้านั้นก็หามีในโลกมนุษย์ไม่ หากเจ้าได้เห็นทารกของพระผู้เป็นเจ้าก็ถือว่าเป็นผลงานสร้างสรรค์ของเจ้า หากเจ้ามีโอกาส