ําลังมองหาบางอย่างบนโลก บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทําไมพวกมัน ถึงท่าลายทวีป แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการเผาของฉัน” โฟรดกล่าวต่อ “ฉันเคยเห็นร่องรอยนั้นแล้ว และมันก็ถูกเจอ ในบางสถานที แต่มันเกี่ยวข้องกับพื้นที่ต่างมิติทั่วโลก ฉันคิดว่านี่อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อาจมีเรือโนอาห์ปรากฏขึ้นจริง ในช่วงน้ําท่วมโลกแต่นั่นไม่ใช่เรือที่ใช้เอาชีวินรอด แต่เป็นสิ่งมีชีวิตต่างมิติที่น่าสะพรึงที่มายังโลก พวกมันอาจสร้างคลื่น ทําลายล้างด้วยเรือ สะบัดมือเพื่อทําลายล้างผืนดิน และกลืนเข้าไปโดยตรง ดังนั้นมันจึงมีตําานานเรือโนอาห์…”
โจวเหวินและหลานอีต่างตกตะลึง นี่มันเป็นพลังที่น่ากลัว การทําลายทวีปด้วยการสะบัดมือ
อย่างไรก็ตาม โจวเหวินรู้สึกว่าระดับความกลัวเป็นไปไม่ได้ที่จะแบ่งทวีป เหนือความกลัว ยังมีระดับภัยพิบัติอยู่ด้วย
บางทีระดับภัยพิบัติที่ทรงพลังคงสามารถทําแบบนั้นได้จริงๆ
“ถ้ามีเรือลํานั้น การที่อาจารย์ใหญ่คนเก่าพูดว่า อย่าขึ้นเรือ หมายถึงไม่ขึ้นเรือนั้น หรือเรือลํานั้นยังคงอยู่บนโลก แล้ว พื้นทีต่างมิติที่มีเรือล่ะ?” มีความคิดนับไม่ถ้วนผุดขึ้นในใจของโจวเหวิน
“ฉันไม่แน่ใจ แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่ใจ ฉันเคยเห็นสิ่งมีชีวิตในวิหาร และฉันเห็นสัญลักษณ์สมอเรือบนเสื้อผ้าของสิ่งมีชีวิตนั้น” ประโยคสุดท้ายของฟราย ทําให้โจวเหวินนึกถึงบุคคลหนึ่ง
ก่อนที่โจวเหวินจะเข้าไปในวิหาร เขาได้พบกับคนที่ความจําเสื่อมชื่ออาลัย เขาบอกว่า