อบครองละก็ เจ้าจะไร้เทียมทานที่สุดในยุคเลย ขอให้เจ้าจงพิจารณาด้วย ข้าจะรอการตอบรับของเจ้า”วิญญาณหมากรุกทำความเคารพแล้วจากไป
ทั้งกลุ่มตัดสินใจเดินทางต่อ ระหว่างทางที่เดินไปนั้นโจวเหวินก็มองไปตลอดเส้นทางด้วยแต่ก็โชคไม่ดีไม่เจอรูปสลักรูปมือแต่อย่างใด โจวเหวินเองก็ไม่ได้สนใจที่วิญญาณหมากรุกพูดมากนัก ตอนนี้แค่สัตว์อสูรของเขาก็แกร่งมากพอแล้ว โจวเหวินมั่นใจว่าวิญญาณหมากรุกเองก็ไม่รู้เรื่องวิชาลมปราณทั้งหมดที่มีในตัวของโจวเหวินด้วย
นี้ยังไม่รวมเรื่องที่ตัวเขาเองไม่ได้ตั้งใจจะทำสัญญากับผู้พิทักษ์ตั้งแต่แรก เพราะถึงเขาจะอยากทำสัญญาจริงเขาก็ไม่คิดจะทำสัญญากับผู้พิทักษ์แห่งเมืองโอเทลโล่แน่ๆ
แต่ถ้ามีโอกาส โจวเหวินเองก็อยากจะลองไปดูเหมือนกัน บางทีก็อาจจะเจอรูปสลักรูปมือก็เป็นได้
ในวันต่อมมาพวกเขาก็ไม่ได้เจอปัญหาอะไร ถึงแม้ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตต่างมิติโผล่มาให้เห็นอยู่บ่อยๆครั้ง แต่ระดับของพวกมันก็ไม่ได้สูงทำให้พวกโจวเหวินจัดการได้อย่างไม่มีปัญหา
แต่ไม่รู้ว่าทำไม ระหว่างที่เดินทางนั้น เฟิงชิวเยี่ยนแทบจะไม่พูดเลยตลอดทาง โจวเหวินคิดว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเขาเดินทางกลับบ้านเกิดมั้ง หลี่ซวนเองก็พอจะเดาความคิดของเฟิงชิวเยี่ยนอยู่ แต่จะให้เขาพูดออกไปมากก็ไม่ได้
“โค้ช ขอถามอะไรอย่างนึงได้ไหมครับ”เฟิงชิวเยี่ยนจู่ๆก็ถามขึ้นมาระหว่างที่พักระหว่างวัน
“ถ้ามีเรื่องอะไรก็บอกมาได้เลย ไม่ต้องสุภาพก็ได้”โจวเหวินยิ้ง
เฟ