กโยงกันไปมาจนกลายเป็นเหมือนร่างแหพลังวิญญาณ จับตัวของสิ่งมีชีวิตหลุดจองจำที่อยู่ด้านใน
ถึงสิ่งมีชีวิตหลุดจองจำจะใช้วาปได้ แต่มันก็ยังไม่หลุดจากตาข่ายวิญญาณ มันวาปไปพร้อมๆกับตาข่าย และปรากฏออกมาก็ยังมีตาข่ายติดอยู่ที่ตัว
ฉางเสี่ยวนำทีมกระเรียนขาวร่างอาคมลมปราณกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขตอาคมวิญญาณนั้นแกร่งขึ้นและแกร่งขึ้น สิ่งมีชีวิตหลุดจองจำนั้นร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวดมาก พยายามจะฉีกกระชากตาข่ายที่คลุมมันเองอยู่แต่ก็ทำไม่ได้ผล
ตาข่ายวิญญาณนั้นดูเหมือนไม่ใช่ตาข่ายแต่ดูเป็นเหมือนรอยสักที่สลักลงไปบนตัวของสิ่งมีชีวิตหลุดจองจำ ไม่ว่ามันจะดิ้นแค่ไหนมันก็ไม่มีวันหลุดออกมาได้แน่นอน
“ตระกูลฉางนี้สุดยอดจริงๆ สกิลนั้นผสานพลังของคนหลายคน หลากหลายสกิลเข้าไป1จนอานุภาพของมันรุนแรงมากๆเลย”โจวเหวินรู้สึกเปิดหูเปิดตาขึ้นมาทันที เขาไม่เคยเห็นสกิลขนาดใหญ่แบบนั้นมาก่อนเลย
แต่ฉางเสี่ยวก็พูดสวนขึ้นมา “ก็ไม่แปลกหรอก คนนอกอย่างนายไม่มีวันได้รู้ความลับของตระกูลฉางอยู่แล้ว”
โจวเหวินไม่พูดอะไรตอบ เขามองตระกูลฉางสู้กับสิ่งมีชีวิตหลุดจองจำต่อไป
ตระกูลเสี่ยกับเหล่านักล่าอิสระคนอื่นๆก็มองดูอยู่ แต่ด้วยความที่ตระกูลฉางเข้าไปสู้อยู่ทำให้พวกเขาเข้าไปแทรกแซงด้วยยาก
การจะไปมีเรื่องกับตระกูลฉางเพื่อแย่งสิ่งมีชีวิตหลุดจองจำกับผงเวทมนตร์มานั้นสำหรับคนส่วนมากมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนตอนนี้กำลังอดทนรอ