้แน่ๆ เราไว้ค่อยไปทีหลังก็ได้ครับ”อาเซิงหยุดก่อนจะพูดต่อ “เราจะรอให้ชายแก่คนนั้นเดินมาเคาะประตูไม่ได้นะครับ เราคงต้องล่อเขาให้เข้ามาเองแล้วละครับ”
“ล่อเหรอ ยังไงละ อย่าบอกนะว่าจะใช้ฉันเป็นเหยื่อล้อหน่ะ”โจวเหวินเดา
แต่อาเซิงพูด “ตามที่นายน้อยพูดไว้ ต้นกล้วยเซียนได้รวมร่างกับพัดโหมไฟที่อยู่ในเตาเผา ทำให้ชายแก่ที่เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุคนนั้นฆ่านายน้อยไม่ได้เด็ดขาด แต่การที่มันยังไล่นายน้อยอยู่แสดงว่ามันยังมีเหตุผลอย่างอื่นถ้านายน้อยลองคิดดูดีๆบางทีเราอาจจะใช้สิ่งนั้นมาเป็นตัวล่อให้เขามาลิ้มรสเครื่องเร่งอานุภาพลมปราณของผมหน่อยก็ได้นะครับ”
“ไม่เอาอะเครื่องนั้นมันเตรียมยิงนานเกินไป พลังงานก็ไม่เสถียรด้วย”โจวเหวินปฏิเสธ
แต่ถึงอย่างนั้น คำพูดของอาเซิงนั้นทำให้โจวเหวินนึกอะไรขึ้นมาได้
การจะทำลายชายแก่ด้วยเครื่องเร่งอานุภาพของตระกูลอันนั้นมันเชื่อถือไม่ได้เกินไป แต่การจะล่อชายแก่ไปที่ภูเขาฉีซือนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน
“ถ้าไม่ใช่พัดโหมไฟ แล้วอะไรกันละที่ทำให้มันไล่ตามฉันมา”โจวเหวินคิดก่อนจะนึกถึงลูกบอลทองแดงที่หลิวหยุนเคยให้เขามาก่อนจะจากกัน
“หรือว่าจะเป็นเจ้านี้กันนะ”โจวเหวินคิด ดูเหมือนว่าความเป็นไปได้จะมีแค่อย่างเดียว เพราะเขาก็ไม่ได้เอาของอะไรอย่างอื่นออกมาอีกเลย
“คงต้องลองดูละวะ”โจวเหวินไม่รู้ว่าเจ้านี้มันจะล่อชายแก่ไปได้ไหม แต่เขาก็ยังอยากจะลองดู อย่างน้อยมันก็ดีกว่านั่งรอเฉยๆแน่ๆ