าแล้วเขาเล่า ไม่รู้ว่าเขาไปไกลแค่ไหนแล้ว แต่เขาไม่เคยหยุดเลย เขาข้ามเขาจนกระทั้งมาถึงลำธารเล็กๆแห่งหนึ่ง
โจวเหวินเดินทางตามแม่น้ำไป จนกระทั้งเจอกับป่าต้นซากุระตลอดข้างทาง กรีบดอกซากุระนั้นปลิวกระจายรอบๆข้างลำธารแล้วลอยไปตามแม่น้ำส่งกลิ่นหอมรัญจวน
หลังจากเดินทางต่อไปอีกหลายไมล์แม่น้ำก็ถึงจุดสิ้นสุด มันถูกภูเขาห้อมล้อมเอาไว้เบื้องหน้า โจวเหวินพยายามจะข้ามภูเขาแต่พอเขาข้ามไปเขาก็เห็นช่องวว่างระหว่างภูเขา ที่ถ้าตกลงไปไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง
แต่โจวเหวินก็ไม่ลังเลที่จะข้ามตรงไปอยู่ดี
เริ่มแรกเดิมทีภูเขานั้นมันแคบมากๆ แต่พอผ่านไปไม่ไกลภูเขานั้นก็ค่อยๆกว้างขึ้น ไม่นานหลังจากนั้นโจวเหวินก็ผ่านภูเขามาได้แล้วเขาก็เห็นภาพของหุบเขาที่สวยสดงดงามตรงหน้าของเขา
หุบเขานี้มีหมู่บ้านเล็กๆตั้งอาศัยอยู่ มีทั้งบ้านไม้และบ้านไผ่ ห้อมล้อมไปด้วยป่าไม้ไผ่ ดอกไม้และป่าต้นซากุระขนาดใหญ่ เหมือนกับแดนสวรรค์ในเทพนิยายยังไงอย่างงั้น
“เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย”โจวเหวินรู้สึกแปลกๆ เพราะว่าหลังจากที่เขาเดินทางผ่านภูเขานั้นมาได้แล้ว จักรวาลน้อยของเขาไม่สามารถตรวจจับได้เลยว่าที่เขาอยู่นั้นมันคือที่ไหนกัน
“ที่นี้มัน…หรือว่าจะเป็นสถานที่ในตำนานอะไรนั่นหนะ”โจวเหวินมองไปรอบๆหุบเขานั้น แล้วเขาก็นึกถถึงบทเรียนที่เขาเคยเรียนที่โรงเรียน
มันเป็นเรื่องเล่าที่ชื่อว่า “เรื่องเล่าแห่งผลิดอกท้อ”เล่ากันว่ามีชาวประมงค์ คนหนึ่งได้ห