ายไป
“ก็ถ้าจะให้พูดง่ายๆ กระจกหยินหยางนั้นจะเป็นการกักขังวิญญาณ1ใน3ของมนุษย์เฉยๆ ถึงจะเสียวิญญาณส่วนนั้นไป มันก็ไม่มีปัญหาเพราะอีก2ส่วนก็ยังอยู่ มันไม่ได้ทำความเสียหายกับร่างกายแต่อย่างใด แต่ในทางจิตใจ จะเรียกว่าเสียสติไปเลยก็ได้นะ”ผู้วิเศษจิงเต้าพูดแล้วยิ้ม
หลิวหยุนกับโจวเหวินมองหน้ากันเอง โจวเหวินรู้ดีว่าผู้วิเศษจิงเต้านั้นไม่ใช่พวกเก่งแต่ปากแน่ๆ เงาภายในกระจกหยินหยางนั้นไม่ได้จู่ๆก็เกิดขึ้นมาแน่ๆ มันคือวิญญาณของพวกเขาที่โดนกักขังในนั้นจริงๆ
หลิวหยุนคิดอะไรขึ้นมาได้บางอย่างก่อนจะถามออกไป “หรือว่ากระจกหยินหยางนั้นจะเปนสมบัติล้ำค่าจากสงครามฉางโจวในตำนานกัน”
“รู้ดีเหมือนกันนี้ แต่มันไม่ใช่สมบัติหรอก มันเป็นแค่สัตว์อสูรระดับเร้นลับเท่านั้นละ หรือจะให้พูดใหม่ก็คือ มันเป็นสัตว์อสูรที่เหนือกว่าระดับเร้นลับปรกติอยู่นิดหน่อยนะ”ผู้วิเศษจิงเต้าพูด
“สัตว์อสูรระดับความกลัวงงั้นเหรอ”โจวเหวินมองกระจกหยินหยาง
ผู้วิเศษจิงเต้าหลี่ตามอง “แม้แต่เรื่องระดับความกลัวก็รู้ด้วยอย่างงั้นเหรอ หึหึ ใช่แล้วละ กระจกหยินหยางนั้นเป็นระดับความกลัว ถ้าฉันอยากจะฆ่าพวกนาย แค่คิดฉันก็ฆ่าได้แล้ว แต่พวกนายไม่ต้องกังวลไปหรอกนะว่าจะเป็นแบบนั้น เพราะในเมื่อฉันฆ่าพวกนายได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ฉันก็คงไม่หลอกพวกนายมาที่สุสานนี้หรอก พวกนายจะได้รับอิสระตราบใดก็ตามที่ช่วยฉันเข้าไปในนั้น แล้วของในสุสานนั้นฉันต้องการแค่อย่างเดียวเท่