นตกใจ กำไลนั้นหายก็หายได้แหล่ะ แต่ในกำไรนั้นมันมีผลึกห้วงมิติแห่งความว่างเปล่าอยู่ด้วย ภายในห้วงมิติเองก็มีของหลายๆอย่างซึ่งมันหายไม่ได้เด็ดขาด
โจวเหวินเลยเอาจริงเรียกเบม่อนออกมา แล้วให้เบม่อนขยายร่างต่อยไปที่วัดภูเขานั้นอย่างจัง
ตู้ม!!!
เทพคางคกกระโดดออกมาจากวัดแล้วขยายร่างของมันอย่างรวดเร็ว ตัวของมันนั้นใหญ่พอๆกับเบม่อน มันใช้หัวของมันรับหมัดของเบม่อนอย่างจัง
ไม่รู้ว่าหัวของมันทำมาจากอะไรแต่ที่แน่ๆคือมันแข็งมากๆ หมัดของเบม่อนนั้นต่อยเข้าไปเหมือนต่อยเหล็กกล้า มันไม่ได้รู้สึกเจ็บเลยซักนิด
โจวเหวินเห็นชัดๆเลยว่าถึงมันจะน่าเกลียดยังไงแต่จริงๆแล้งวมันไม่ใช่คางคก มันเป็นส่วนผสมของร่างของสิงโต เท้าของม้า หัวของมังกร และขนาดตัวที่มโหฬารรวมไปถึงเกล็ดทองแดงอีกด้วย เกล็ดนั้นเป็นรูปร่างสี่เหลี่ยมทำให้ดูเหมือนเป็นชุดเกราะ และพอมันหดตัวลง เกล็ดนั้นจึงหดไปด้วยจนเหมือนเป็นตะปุ่มตะป่ำเหมือนคางคก
“นั้นมันสัตว์ในตำนานไม่ใช่หรือไงหน่ะ”โจวเหวินมองดูแล้วเขาก็คิดถึงสัตว์ในตำนานตัวนึงขึ้นมา
ตำนานว่ากันไว้ว่า เคยมีสัตว์เทพตัวนึง รู้จักกันในนาม เทียนลู่ (ตัวปี่เซี๊ยะ) มันเป็นสัตว์เทพที่คอยปัดเป่าความชั่วร้ายของโลก และปกป้องโลกจากวิญญาณร้าย แถมมันยังเป็นตัวกินเงินกินทองดูดเงินดูดทองมาได้จากรอบทิศอีกด้วย
สมัยก่อนที่อยากทำมาค้าขึ้น ก็จะวางเทียนลู่เอาไว้ที่หน้าบ้านเพื่อให้ดูดเงินทองไหลมาเทมา
ยิ่งโจวเหวินมองมั