คนเดียวก็พอ
โจวเหวินพอเห็นชาลีแบบนั้นแล้วก็รู้สึกได้ถึงลางไม่ค่อยดี
พลังของหนังสือกับกางเขนนั้นรุนแรงมากก็จริง แต่เขาไม่ได้รู้จักหน้ากากนั้นเลยแม้แต่น้อย เขาไม่รู้ว่าการทำลายหน้ากากนั้นมันเปล่าประโยชน์ มันรังแต่จะทำให้เขาซวยมากยิ่งขึ้น
ซึ่งก็แน่นอนทันทีที่หน้ากากแตกเป็นเสี่ยงๆๆแล้ว ฝุ่นควันพวกนั้นจู่ๆก็พุ่งเข้าใส่ชาลี ชาลีพอเห็นฝุ่นพวกนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนสีทันที ทั้งสมุดและกางเขนของเขาส่องแสงอีกครั้งพยายามจะยับยั้งฝุ่น แต่ฝุ่นพวกนั้นเป็นเหมือนควัน ไม่ว่าจะฟันจะยิงยังไงก็ไม่ได้ สุดท้ายฝุ่นพวกนั้นก็พุ่งเข้าหน้าของชาลีอยู่ดี ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากๆ แม้แต่คนของตระกูลเคปเองยังตามไม่ทัน รู้ตัวอีกที ฝุ่นควันพวกนั้นก็ก่อตัวกันจนเป็นหน้ากากบนหน้าของชาลีแล้ว
ตอนนั้นเองที่คนของตระกูลเคปพุ่งเข้าไปช่วยชาลี แต่จู่ๆกางเขนในมือของชาลีก็ส่องแสงแล้วแทงทั้ง2คนที่เข้าไปช่วย
ทั้ง2คนนั้นไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจตั้งรับใดๆทั้งสิ้น พอโดนแทงแล้วพวกเขาก็สิ้นกำลัง ร่วงตกลงไปที่พื้นที่เต็มไปปด้วยหินเวทมนตร์จนร่างของพวกเขากลายเป็นหินเวทย์มนตร์ไปในที่สุด ในตอนนั้นทุกๆคนสั่นกลัวกันขึ้นมาทันที
ชาลีตอนนี้โดนหน้ากากวิญญาณมารเข้าสิงแล้ว มันไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น มันตวัดกางเขนและหนังสือพุ่งเข้าใส่เหล่ามนุษย์ที่อยู่บนแท่นหิน
ฉางชุชิวเองก็ตอบสนองทันที เขาใช้ดาบพุ่งฟันสวนหน้าของชาลีทำให้หน้ากากแตกเป็น2ซีกอย่างแม่นยำโดยที่