คายไม่ออก ไม่มีใครสามารถแก้ไขปัญหาหน้ากากบนหน้าของชาลีนี้ได้โดยที่ไม่ทำร้ายชาลีไปด้วยแต่ถ้าไม่ทำลายหน้ากากนี้ทิ้ง ปัญหาในสุสานมารก็จะไม่จบ
ฉางชุนชิวมองดูเหตุการณ์ทุกอย่างแล้วมองโจวเหวินที่ยืนอยู่ข้างๆเขา แต่หน้าตาของโจวเหวินตอนนี้นั้น สงบนิ่งและดูเหมือนกับว่าคิดไว้อยู่แล้ว เขาเลยตัดสินใจถามโจวเหวินด้วยเสียงที่ดังพอที่จะเรียกความสนใจของคนอื่นได้ “โจวเหวิน นายสามารถจัดการหน้ากากนั้นโดยที่ไม่ทำร้ายชาลีได้ไหม”
ตอนนั้นเองที่ความเงียบเข้าครอบงำ ตอนที่พวกเขาได้ยินคำถามของฉางชุนชิว ทุกคนต่างก็หันมาสนใจทันที
โจวเหวินตอบ “ได้ แต่ฉันก็ต้องบอกอีกเหมือนกัน ว่าฉันไม่ได้มีสกิลเหมือนของชาลีดังนั้น ถ้าอยากจะให้ฉันแก้ปัญหานี้ ฉันต้องขุดสุสานมารให้ได้”
“เวลาแบบนี้แล้ว นายยังคิดจะมาพูดจาไร้สาระอีกเหรอ หน้ากากนั้นถูกดึงออกมาแล้ว นายจะขุดลงไปที่ใต้สุสานอีกทำไมกันละ”ลุงฉางพูด
ในฐานะคนที่เป็นอนุรักษ์นิยมที่สุดในตระกูลฉาง เขาเป็นคนที่ไม่ยินยอมให้ขุดสุสานแบบสุดตัว
โจวเหวินเองก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน เพราะเรื่องแบบนี้มันเกิดจากข้อมูลที่มีไม่เท่ากัน สำหรับลุงฉางและตระกูลฉางแล้ว สุสานมารนั้นเป็นสถานที่ลึกลับและมีพลังที่ไม่อาจคาดเดาได้ พวกเขาจึงกลัวสุสานมารและกลัวที่จะขุดสุสานมาร กลัวว่าทำไปแล้ว ตระกูลฉางจะถึงกาลอวสาน พวกเขาเลยแย้งสุดตัว
“ลุงครับ โจวเหวินเขาไม่ใช่คนร้ายนะครับ เขาต้องมีเหตุผลแน่ๆถึงได้พูดออกมาแบบ