งชุนชิวพูด
แต่โจวเหวินก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมคนแก่ถึงได้ดูถูกดูแคลนคนรุ่นใหม่กันนัก
ฉางชุนชิวคิดซักพัก ก่อนจะพูด “ก่อนหน้านี้นายก็เคยเจอลุงของฉันนี้ ตอนที่มาที่นี้ครั้งแรก ฉันคิดว่านี้อาจจะเป็นเพราะนายกลับไปโดยที่ไม่บอกไม่กล่าวอะไรเลยว่าเจออะไรก็ได้มั้ง”
โจวเหวินนึกขึ้นมาได้เลย แล้วรู้เลยว่าลุงคนนั้นต้องกำลังคิดว่าเขามาดูเล่นๆไม่ได้มีความสามารถจริงๆ
ชาลีเดินเริ่มลงมือแล้ว โจวเหวินกับฉางชุนชิวจึงเข้าไปที่หน้าแท่นเพื่อดู โจวเหวินเองก็อยากจะเห็นเวทย์ที่ชาลีใช้เหมือนกัน
ปีกเทวดาปรากฏขึ้นมาที่หลังของชาลีก่อนที่เขาจะบินขึ้นไปเหนือสุสาน ก่อนจะหยุดตรงหน้าเส้นพอดี เขาอัญเชิญสัตว์อสูรออกมา2ตัว ตัวนึงเป็นกางเขนอีกตัวเป็นสมุด
ทันทีที่เขาเปิดสมุด อักษรอาคมในสมุดนั้นก็เริ่มส่องแสงก่อนจะพุ่งเข้าใส่สุสาน แล้วดึงตัวของหน้ากากวิญญาณมารออกมา ถึงจะมาแค่วิญญาณแต่โจวเหวินก็เห็นได้ชัดว่ามันคือหน้ากากอันเดียวกันแน่ๆ
“เก่งเหมือนกันนะเนี่ย”โจวเหวินคิด
ชาลีไม่ลังเล ทันทีที่วิญญาณของหน้ากากปรากฏขึ้นมากางเขนนั้นก็ส่องแสงสว่างเจิดจ้ากลายเป็นดาบแสงแทงทะลุหน้ากากทันที วิญญาณของหน้ากากวิญญาณมารแตกสลายออกเป็นฝุ่นควันเล็กๆน้อยๆ ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงแกร๊กที่ใต้สุสานมาร เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างแตก