ก็ได้นะ”
ฉางชุนชิวคิดแล้วถาม “นายมั่นใจเหรอว่าเทพีนั้นเป็นผู้พิทักษ์หน่ะ”
“จะบอกว่ามั่นใจก็ไม่ได้ เพราะที่ฉันเห็นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของความสามารถในการตรวจสอบเท่านั้น แต่มันดูเหมือนผู้พิทักษ์มากๆเท่านั้นเอง ทั้งกลิ่นอายทั้งรูปร่าง”โจวเหวินพูด
“ถ้ามันมีโอกาสเป็นผู้พิทักษ์จริงละก็ จะให้เมสซิสใช้วิธีนั้นไม่ได้เด็ดขาด”ฉางชุนชิวตัดสินใจแล้วแตะแขนของโจวเหวิน “ไปหาท่านจ้าวตระกูลกับฉันก่อนเถอะ แล้วพยายามเอาโอกาสนั้นมาอยู่ในมือให้ได้ ฉันจะช่วยนายเต็มที่เอง”
“โอเค”โจวเหวินตัดสินใจแล้วเดินไปหาฉางซือหยูพร้อมกัน
“โจวเหวินขอคารวะท่านเจ้าตระกูล”โจวเหวินเริ่มต้นอย่างสุภาพนอบน้อม
ในอดีตตระกูลราชาวีรบุรุษตระกูลฉางนั้นเป็นหัวหน้าของเหล่าวีรบุรุษทั้ง6 ทำให้ทุกวันนี้ จ้าวตระกูลฉางยังคงมีหน้ามีตาและสถานะที่พิเศษในรัฐบาลกลาง แม้แต่คนใน6ตระกูลด้วยกันยังต้องให้ความเคารพและยำเกรงต่อหน้าชายคนนี้
“นายเป็นเพื่อนกับหยูฉี ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้ ฉันเคยได้ยินหยูฉีเล่าเรื่องของนายบ่อยแล้วละ”ฉางซือหยูมองโจวเหวินแล้วพูด “ฉันได้ยินมาว่านายมีแผนที่จะจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นในสุสานมารตอนนี้ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม”
“วิธีของผมมันง่ายมากครับ เราต้องขุดสุสานมารแล้วฆ่าสิ่งมีชีวิตต่างมิติที่อยู่ในนั้น เพื่อให้ปัญหาทั้งหมดมันคลี่คลายครับ”โจวเหวินพูด
ตอนที่โจจวเหวินพูดออกมา ไม่ใช่แค่คนจากตระกูลฉางหรอกที่ขมวดคิ้ว ชาลีที่ฟังอ