แบบมีแบบแผนที่สุดเท่าที่ทำได้
อันดับแรกให้เบม่อนขุดเพื่อปลุกหน้ากากวิญญาณมารขึ้นมา ก่อนที่โจวเหวินจะหายตัวเข้าไปหลุมแล้วฆ่าหน้ากากวิญญาณมาร ก่อนจะขุดต่อลงไปจนถึงมารแล้ง แล้วให้สดับวานรฆ่ามารแล้ง ขั้นตอนทุกอย่างนั้นสมบูรณ์แบบมากๆ
โจวเหวินรอไปซักพักนึงเพื่อให้มั่นใจว่าหินเวทย์มนตร์พวกนั้นจะไม่งอกขึ้นมาใหม่ หรือไม่มีหน้าคนโผล่ขึ้นมาอีก สัตว์อสูรที่ไปแตะหินเวทย์ก็ไม่กลายเป็นหินและไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนจู่ๆก็เดินลงไปในสุสานอีก
“พอรู้แล้วก็ง่ายเลยแหะ เอาละทีนี้ไม่เสียเวลาดีกว่า ต่อไปลองใช้ต้นกล้วยเซียนสู้กับไฟของผู้พิทักษ์ดูละกัน”โจเวหวินบอกเบม่อนให้ขุดลงไปต่อ
หลังจากนั้นไม่นานเบม่อนก็ขุดไปจนถึงหญิงสาวคนนั้นอีกครั้ง หญิงสาวคนนั้นเหมือนกับครั้งที่แล้วเปิดมุ้งออกมาก่อนที่เปลวเพลิงจะทะลักท่วม รอบนี่เขาใช้ต้นกล้วยเซียนที่อยู่หลังโจวเหวินเป่าลมมหาศาลด้วยพลังของสายลมแรกแห่งสามภพ
ในพริบตานั้นเอง เปลวเพลิงที่เคยท่วมหน้าจอนั้นโดนดันกลับไปด้วยสายลมเย็นเฉียบ แม๊กม่าลาวาที่ไหลเข้ามานั้นโดนลมเย็นจนมันแข็งกลายเป็นหิน
เตียงโลหะรวมไปถึงหญิงสาวคนนั้นโดนลมซัดอย่างแรงจนกระเด็นไปไกล ซะจนเห็นเป็นแค่จุดดำๆ ไม่รู้ว่าไปไกลถึงขนาดไหนแต่ที่แน่ๆ มันไกลกว่าที่จะเห็นในเกมส์ได้แล้ว
“สมแล้วที่แป็นสายลมแรกแห่งสามภพ แรงโคตรเลย”โจวเหวินดีใจมาก แม้แต่ผู้พิทักษ์ยังต้านทานแรงลมของต้นกล้วยเซียนไม่ไหวเลย
“คำเตือน คำเตือน เทพีกล