ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว อยู่ที่นี้มันอันตรายเกินไป”ฉางชุนชิวพบอกโจวเหวิน
ถึงแม้ว่าโจวเหวินจะอยากถ่ายรูปสลักรูปมือที่อยู่หลังสุสาน แต่ตอนนี้เขาทำไม่ได้แล้วแน่ๆ เขาเลยทำตามที่ฉางชุนชิวบอกแล้วออกจากที่นี้ไป
ปัญหาในสุสานมารนั้นมันใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก ตอนที่ตระกูลฉางพาโจวเหวินกลับไป โจวเหวินก็เห็นตระกูลฉางอีกหลายๆคนโถมกันไปที่สุสานมารแห่งนั้น
โจวเหวินไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะงั้น ถึงเขาจะอยากช่วยก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี ตอนที่เขากลับถึงตำหนักเทียนฉี โจวเหวินก็เริ่มคิดถึงเรื่องสุสานมาร กับใบหน้าประหลาดที่ปรากฏขึ้นมาไม่รู้ว่ามันคืออะไร
โจวเหวินไม่แน่ใจว่าใบหน้านั้นมันเป็นส่วนหนึ่งของหินเวทมนตร์ หรือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตต่างมิติกันแน่
และการที่เกิดเหตุการณ์แบบนั้น มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความชิบหาย ในอีก2-3วันถัดมา เขารู้สึกได้เลยว่าตระกูลฉางนั้นตอนนี้อยู่ในสภาวะตึงแครียด เหล่าปรมาจารย์ในตำหนักเทียนฉีต่างก็รีบเร่งไปที่สุสานมารกันทั้งนั้น
“หยูฉี เกิดอะไรขึ้นที่สุสานมารกันแน่ะหน่ะ”โจวเหวินอดที่จะถามฉางหยูฉีไม่ได้
“สถานการณ์ตอนนี้แย่มากเลย จากเมื่อวันก่อน ตอนนี้ทุกวันมีคนพยายามจะกระโดดลงไปในนั้นมากขึ้นไปอีก ถึงจะช่วยขึ้นมาได้แต่เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันเองก็ยังไม่รู้สาเหตุอะไรหรอก”
“ลองทำลายใบหน้าบนหินเวทมนตร์ดูรึยังละ”โจวเหวินถาม
“ลองเล้ว มันไม่ได้ผล ทำลายไปเดี๋ยม