คฤหาสต์ฉันหน่ะ”ฉางหยูฉีพูด
“ดีเลย”โจวเหวินเองก็ไม่เกรงใจ
ฉางหยูฉีนั้นจะติดต่อเขามาน้อยครั้งมากต่อวัน และจะติดต่อมมาแค่ไม่เกิน10นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นจะไม่ตอบกลับอะไรมาอีกเลยเหมือนกับทิ้งโทรศัพท์ไปเลย
“หรือว่านางกำลังแอบตระกูลของนางเล่นโทรศัพท์กัน”โจวเหวินคิดว่าเป็นไปได้
สำหรับตระกูลฉางแล้ว ฉางหยูฉีเป็นบุคคลที่สำคัญมากๆ ทุกๆการเคลื่อนไหวของเธอจะถูกตระกูลฉางจับตาดูไว้เสมอ
“การเป็นคนพิเศษบางทีก็ไม่ใช่เรื่องดีซินะ คนอย่างฉางหยูฉีหรือหวางลู่ต่างก็มีความสามารถที่ใครๆก็ฝันหาทั้งนั้น แต่พวกเธออาจจะไม่ได้ดีใจที่มีมันก็ได้”โจวเหวินคิด
ในตอนเช้า โจวเหวินพาหยาเอ๋อออกไปสูดอากาศข้างนอก ตั้งแต่ได้เธอมา โจวเหวินพยายามพาเธอออกไปข้างนอกทุกเช้าเพื่อให้เธอชินกับสังคมมนุษย์ปกติ ในมหาลัยซีหยางมีนักศึกษาที่มีลูกแล้วอยู่หลายคน แต่ส่วนมากนั้นเป็นปีโตใกล้จบหรือจบการศึกษาไปแล้ว เด็กปี2ที่หิ้วกระเตงเด็กไปมาแบบโจวเหวินนั้นนับได้ว่าเป็นคนแรกก็ได้
แต่โชคดีที่ทุกคนในมหาลัยรู้เรื่องของโจวเหวินและอันหลานหยาง เลยไม่มีใครมาตัดสินหรือนินทาอะไร
“โจวเหวิน เสื้อผ้าที่ซื้อให้หยาเอ๋อมมันเล็กเกินไปนะ ได้เวลาไปซื้อให้ใหม่แล้วละ”โจวเหวินพาหยาเอ๋อไปที่ห้องชมรมของกลุ่มซวนเหวิน ฟางหลัวซีก็ชี้ไปที่เสื้อของหยาเอ๋อแล้วพูดขึ้นมา
โจวเหวินเองก็พบว่าเสื้อผ้าของหยาเอ๋อนั้นเล็กลงจริงๆ และตัวของเธอก็โตขึ้นอย่างไวมากด้วย หลังจากผ่านไปแค่