งอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อทุกส่วนบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่เหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงพร้อมกันจากภายใน ทันทีที่หลินดึงเครื่องออก ฉินเย่ก็หอบหายใจรัว ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนก
“นั่นแค่การอุ่นเครื่อง…” หลินวางเครื่องช็อตลง แล้วหยิบอุปกรณ์ชุดต่อไปออกมา มันคืออุปกรณ์หยดน้ำประดิษฐ์ที่นางทำขึ้นจากท่อน้ำเกลือและถังน้ำพลาสติก “ต่อไป… เรามาลองอะไรที่ ‘เงียบ’ กว่านี้กัน”
นางล็อคศีรษะของฉินเย่ให้แน่นหนาจนขยับไม่ได้ จากนั้นน้ำใสๆ ก็เริ่มหยดลงบนกึ่งกลางหน้าผากของเขา… ติ๋ด… ติ๋ด… ติ๋ด…
ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง ความเงียบในห้องประกอบกับจังหวะน้ำที่ตกกระทบซ้ำๆ เริ่มทำให้ฉินเย่เสียสติ ทุกหยดน้ำรู้สึกราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนกะโหลก เขาเริ่มเห็นภาพหลอน เริ่มกรีดร้องถึงความว่างเปล่า จนในที่สุดกำแพงทางจิตใจที่ฝึกฝนมานับสิบปีก็พังทลายลง
“ยอมแล้ว… ข้ายอมแล้ว!” ฉินเย่ละล่ำละลัก “พวกมัน… พวกมันไม่สนว่าใครจะอยู่ที่นี่ จักรพรรดิมีโองการลับ… หากไม่เห็นหัวของหยางเฟยภายในสามวัน กองทัพเรือพิทักษ์สมุทรจะเปลี่ยนหุบเขานี้ให้เป็นทะเลเพลิง! พวกเขาจะใช้ปืนใหญ่ศิลาถล่มทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง!”
หยางเฟยที่ฟังอยู่ถึงกับหน้าซีดเผือด “เสด็จพ่อ… ท่านถึงกับจะฆ่าแกงราษรสามสิบชีวิตเพื่อเอาชีวิตข้าเชียวหรือ?”
หลินปิดวาล์วน้