ณะหนึ่ง เขาลืมความเจ็บปวดของตัวเองไป—ยังมีคนที่แย่กว่าเขาอีก! ใครกันที่มีรสนิยมเลวร้ายเช่นนี้?! ภาพที่เห็นช่างน่าตกใจเหลือเกิน!
เด็กชายร่างเล็กตื่นขึ้นเร็วกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นผู้คนมากมายยืนอยู่รอบๆ ชี้และกระซิบกระซาบถึงคนสองคนที่นอนอยู่บนพื้นส่งกลิ่นเหม็นเน่า เขาก็อายเกินกว่าจะลุกขึ้นจึงต้องแกล้งตาย ตอนนี้เด็กชายร่างสูงกระโดดขึ้นและวิ่งหนีไปแล้ว เขายิ่งอายที่จะนอนอยู่คนเดียว จึงเอามือข้างหนึ่งปิดก้นและอีกข้างปิดหน้า แล้ววิ่งหนีไปยังเหมืองที่หวังหยินอยู่
เขาคิดว่าตัวเองแย่ที่สุดแล้ว แต่เมื่อเห็นหวังหยินยังคงหมดสติอยู่ เขาก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้แย่ที่สุด ภาพนั้นชัดเจนมากจนจุดประกายจินตนาการไม่รู้จบ เด็กชายตัวเล็กที่ดูเป็นกังวลอดหัวเราะไม่ได้ ทำให้เด็กชายตัวสูงหัวเราะตามไปด้วย
สถานการณ์จะเลวร้ายไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด!
เมื่อเห็นหวังหยินที่น่าอับอายยิ่งกว่ายืนอยู่ตรงหน้า พวกเขาทั้งสองก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้น่าอับอายอย่างที่คิด!
สุภาษิตที่ว่า “หม้อว่ากาต้มน้ำดำ” ใช้เพื่ออธิบายถึงคนที่เยาะเย้ยความโชคร้ายของผู้อื่น และเหตุการณ์นี้ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของสุภาษิตนั้น
ชายร่างอ้วนและร่างผอมสองคนซึ่งกำลังนั่งยองๆ อยู่ที่ทางเข้าเหมืองอีกแห่งหนึ่ง หัวเราะคิกคักขณะที่มองดูชายสองคนวิ่งหนีออกจากลานเหมืองอย่างอลหม่าน ทันใดนั้น ชายร่างผอมก็ตบต้นขาตัวเองแล้วอุทานว่า “เดี๋ยวก่อนสิ ทำไมเหล็กแท่งกับพลั่