การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้กู้หยุนและกู้เม่ยยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อไป
แม้แต่บรรพบุรุษชางหมิงเองก็ไม่คาดคิดว่ากู้ฉางชิงจะลงมือทันที
แต่ในฐานะผู้บรรลุถึงขอบเขตจักรพรรดิที่มีพลังอันแข็งแกร่ง เขาจึงรีบยกมือขึ้นรับการโจมตี
“ปัง!”
คำพูดของบรรพบุรุษชางหมิงยังไม่ทันจบดี ก็ถูกฝ่ามือของกู้ฉางชิงตัดจบคำพูดลงในทันที
ในช่วงเวลาที่ทั้งสองปะทะฝ่ามือกัน
บรรพบุรุษชางหมิงถูกฝ่ามือเดียวของกู้ฉางชิงส่งตัวกระเด็นไปไกลกว่าหลายพันเมตร ร่างกายเต็มไปด้วยพลังโลหิตที่ปั่นป่วน และมองกู้ฉางชิงด้วยสายตาที่ราวกับเห็นผี
กู้หยุนและกู้เม่ยต่างแสดงสีหน้าตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม
พวกเขาเห็นบรรพบุรุษที่บรรลุถึงขอบเขตจักรพรรดิถูกชายหนุ่มที่ดูอายุเพียงยี่สิบต้น ๆ โจมตีจนกระเด็นไป
กู้เม่ยแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าสร้างความกระทบกระเทือนในจิตใจอย่างรุนแรง
ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง นางคงคิดว่านี่เป็นเพียงเรื่องเล่าลวงโลก
กู้หยุนที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ได้มีสภาพดีกว่านาง ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะไหลออกมา
แต่ความตกตะลึงของทั้งสองยังไม่อาจเทียบได้กับความรู้สึกของบรรพบุรุษชางหมิง
ในขณะนั้น บรรพบุรุษรู้สึกว่าพลังวิญญาณในจุดตันเถียนของตนเองปั่นป่วนอย่างรุนแรง จนไม่สามารถสงบลงได้ทันที และมองกู้ฉางชิงด้วยสายตาที่แฝงความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด