เมื่อได้ยินคำพูดที่นุ่มนวลของกู้ฉางชิง ลั่วเสิ่นเยว่ถึงกับมุมปากกระตุกเล็กน้อย และได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ อย่างกระอักกระอ่วน
“ไม่มี…ไม่มีอะไร ข้าแค่ผ่านทางมาเท่านั้น ฮ่า ๆ…”
ล้อกันเล่นหรือ?
หลังจากได้เห็นกับตาว่ากู้ฉางชิงใช้ค่ายกลดาบพิชิตเซียนจัดการจักรพรรดิเทพทั้งสี่ และยังมีหุ่นเทพสวรรค์หลอมรวมซึ่งมีพลังเทียบเท่าผู้ยิ่งใหญ่คอยปกป้อง ลั่วเสิ่นเยว่ถึงจะคลั่งไคล้ในศิลปะการต่อสู้เพียงใด ก็ไม่กล้าพูดเรื่องท้าทายกู้ฉางชิงอีกต่อไป
นางอาจจะคลั่งในวิถีแห่งนักสู้ แต่นางไม่ใช่คนโง่
ในตอนนั้น หากเจ้าวิหารแห่งวิหารเทพสุริยสวรรค์ไม่ใช้ไพ่ตายกลืนเม็ดยาเทพ และปลดปล่อยอาวุธบรรพบุรุษออกมา ต่อให้ไม่มีผู้ยิ่งใหญ่ในชุดคลุมสีเทาเข้ามาช่วย กู้ฉางชิงเพียงลำพังก็สามารถจัดการจักรพรรดิเทพทั้งสี่ได้
…
หลังจากพูดคุยกันเพียงเล็กน้อย ลั่วเสิ่นเยว่ก็รีบลาจากเมืองเจียงหลินอย่างรวดเร็ว
นางจำเป็นต้องรีบส่งข่าวที่เห็นในวันนี้กลับไปยังตระกูลของนาง
ความจริงแล้ว ไม่ใช่เพียงลั่วเสิ่นเยว่เท่านั้น
หลังจากศึกในเมืองเจียงหลินสิ้นสุดลง ผู้ฝึกตนที่มาร่วมชมการต่อสู้ต่างก็รีบนำผลลัพธ์ของการต่อสู้ในครั้งนี้กลับไปยังสำนักหรือตระกูลของตนด้วยความรวดเร็วที่สุด
โดยเฉพาะเหล่าผู้แข็งแกร่งจากแดนวิญญาณตอนกลาง ที่ถูกชักชวนมาเพื่อช่วยวิหารเทพสุริยสวรรค์