กู้ชิงเฉินที่อยู่ข้างๆ รู้สึกถึงความไม่พอใจของมารดา ทันใดนั้น เขาก็ร้องเสียงดังพร้อมกับกระโดดขึ้นไปบนเวทีแรก
“นังเฒ่า! เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว มาดูข้าคนนี้จัดการเจ้า!”
เสียงของกู้ชิงเฉินใสกังวานและยังดูไร้เดียงสา
แต่คำพูดของเขากลับทรงพลังและเต็มไปด้วยความมั่นใจ สายตาของทุกคนในลานประลองพุ่งตรงไปยังเวทีทันที
ยอดอัจฉริยะหลายคนที่รู้สึกอึดอัดจากคำพูดของเย่ว์หลิงซวน เมื่อได้ยินคำพูดของกู้ชิงเฉินก็รู้สึกสะใจขึ้นมา
นังเฒ่า?
คำด่าประโยคนั้นทำให้เย่ว์หลิงซวนโกรธจัดจนแทบระเบิด!
ในฐานะท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ชางหลัน แม้แต่อาวุโสในสำนักยังต้องให้ความเคารพอย่างสูง ไม่มีใครกล้าด่าทอหรือพูดจาดูถูกนาง
แต่เมื่อเย่ว์หลิงซวนเห็นว่ากู้ชิงเฉิน ผู้ที่ขึ้นมาบนเวทีนั้นเป็นเพียงเด็กชายวัยเพียงห้าหรือหกขวบ นางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา
“เจ้าหนูที่ไหนกัน? ไร้การอบรมเสียจริง!”
“ทำไม? คนอื่นไม่กล้าออกมา เลยส่งเด็กออกมาอาละวาดแทนอย่างนั้นหรือ?”
คำพูดของเย่ว์หลิงซวนเต็มไปด้วยความดูถูกและเจือด้วยเจตนาฆ่า
แน่นอนว่านางคงไม่ลงมือทำร้ายเด็กจริงๆ เพราะในฐานะท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ชางหลัน การทำร้ายเด็กเพียงเพื่อชัยชนะจะทำให้นางเสียชื่อเสียงเอง
แต่การแสดงเจตนาฆ่านี้เป็นการกดดันให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกู้ชิงเฉินต้องเผยตัวออกมา
และหากอีกฝ่ายยังไม่ออกมา