เมื่อพูดจบ นางเซียนลวี่ก็ยิ้มอีกครั้ง ก่อนเดินกลับเข้าไปในห้องโดยสาร
ภายในห้องโดยสาร
มีหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่
แม้ดูจากอายุแล้ว นางไม่น่าจะเกิน 17-18 ปี แต่ท่วงท่าของนางสูงส่ง ใบหน้าของนางเลอเลิศ งดงามเหนือกว่านางเซียนลวี่เสียอีก
พลังการฝึกฝนของนางก็ไม่ธรรมดา
เพราะนางอยู่ในระดับกึ่งราชาขั้นต้น ซึ่งสูงกว่าของเจียงไป๋เวยเล็กน้อย
หญิงสาวผู้นี้คือท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักทำนองนิรันดร์ ไป๋เยวี่ยหลิง
แต่ในเวลานี้ ไป๋เยวี่ยหลิงกำลังจ้องมองออกไปทางหน้าต่างเรือบิน มองไปยังเรือบินของตระกูลกู้
จนกระทั่งนางเซียนลวี่เดินเข้ามา นางจึงรีบเบือนสายตากลับ
“มีอะไรหรือหลิงเอ๋อร์? อยากจะออกไปสู้กับค้างคาวปีศาจพวกนั้นเพื่อฝึกฝนหรือไม่?”
นางเซียนลวี่ถามขึ้นโดยไม่ได้สงสัยอะไร คิดเพียงว่าศิษย์ของนางอยากออกไปต่อสู้เพื่อพัฒนาตัวเอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไป๋เยวี่ยหลิงก็รีบพยักหน้า แต่ใบหน้าที่ก้มต่ำของนางกลับขึ้นสีแดงระเรื่อ ไม่อาจปกปิดความเขินอายได้
นางไม่กล้าบอกอาจารย์ว่าเมื่อครู่นางแอบมองกู้ฉางชิงที่อยู่ในห้องโดยสารของเรือบินตระกูลกู้
เขาเองก็กำลังจะไปเข้าร่วมงานมหกรรมทิศใต้ด้วยหรือเปล่านะ?
ไป๋เยวี่ยหลิงรีบเปลี่ยนเรื่อง “ท่านอาจารย์ อีกนานแค่ไหนกว่าจะถึงเมืองชางหลัน?”
“อีกนานแค่ไหนหรือ?”