เสียงใสของกู้ชิงเฉินดังไปทั่วโดยไม่มีการปิดบัง ทำให้คนในคฤหาสน์ตระกูลเหยียนก็ได้ยินเช่นกัน
“เหยียนเมิ่งฉี?”
หลังจากอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ว่าจะเป็นบิดาของเหยียนเมิ่งฉีหรือเหล่าสมาชิกตระกูลเหยียน รวมถึงคนจากตระกูลเหอ ต่างหันสายตาไปที่เหยียนเมิ่งฉีพร้อมกัน
“พี่หญิงเหยียน!”
ในขณะเดียวกัน เด็กชายที่ลอยอยู่กลางอากาศพลันสัมผัสได้ถึงพลังของเหยียนเมิ่งฉี และในพริบตาก็หาตัวนางจนเจอ
เขากระโดดลงมาจากกลางอากาศ ตรงเข้าสู่ลานบ้านของตระกูลเหยียนทันที
“เสี่ยวเฉิน…”
เหยียนเมิ่งฉียิ้มอย่างยินดี รีบก้าวสองสามก้าวไปหาเด็กชาย แล้วอุ้มเขาขึ้นมา
แต่เมื่ออุ้มขึ้นแล้ว นางก็รู้สึกว่าอาจไม่เหมาะสมจึงตั้งใจจะวางเขาลง ทว่ากู้ชิงเฉินกลับเกาะนางไว้แน่นเหมือนลูกหมีโคอาลา ไม่ยอมลง
“พี่หญิงเหยียน ข้าคิดถึงพี่หญิงมากแล้ว!”
เด็กชายพูดพลางกอดคอของเหยียนเมิ่งฉีไว้แน่น แถมยังเอาแก้มถูไถไปมา
ด้วยอายุเพียงสองขวบเศษ วิธีแสดงความรู้สึกของกู้ชิงเฉินจึงเป็นแบบตรงไปตรงมา ต่างจากผู้ใหญ่ที่มักปิดบังอารมณ์
“ข้าก็คิดถึงเจ้าเหมือนกัน”
ในช่วงเวลาที่อยู่ในแดนลับ เหยียนเมิ่งฉีมองกู้ชิงเฉินเหมือนน้องชายคนหนึ่ง แต่หลังจากได้รู้ว่ากู้ชิงเฉินมีพลังและสถานะที่ไม่ธรรมดา นางก็เริ่มเว้นระยะห่างเล็กน้อย
ไม่ใช่ว่านางอยากห่างเหิน เพียงแต่ความรู้สึกด้อยค่าของตัวเองทำให้นางรู้สึกว่าทั้งสองคนอยู่คนละโลก