เมื่อซื้อสมุนไพรเสร็จแล้ว กู้ฉางชิงก็เริ่มเดินเที่ยวเล่นรอบเกาะไห่เยว่ ไม่นานเขาก็มาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ชื่อว่าเรือนฟังเสียงฝน มีคนบอกว่าเรือนฟังเสียงฝนคือร้านอาหารที่ดีที่สุดบนเกาะไห่เยว่ และไม่มีร้านไหนเทียบได้
ร้านนี้มีประวัติยาวนานกว่าพันปี เมนูอาหารได้รับการพัฒนาจากหัวหน้ารุ่นต่อรุ่น ไม่เพียงแต่รสชาติยอดเยี่ยม แต่ยังมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการฝึกตน วัตถุดิบที่ใช้ล้วนเป็นของล้ำค่าที่ถูกนำเข้ามาจากทั่วทะเลหมื่นอสูร
มีคนกล่าวไว้ว่าการรับประทานอาหารหนึ่งมื้อที่เรือนฟังเสียงฝน เทียบได้กับการปิดด่านบ่มเพาะพลังเป็นเวลาครึ่งเดือน ด้วยเหตุนี้อาหารที่เรือนฟังเสียงฝนจึงมีราคาสูงมาก แต่ก็คุ้มค่ากับราคานั้น
ร้านแบ่งออกเป็นสี่ชั้น ชั้นหนึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด รองรับลูกค้าได้ราว 100 คน ใครก็ตามที่มีเงินสามารถเข้าได้ ตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปต้องมีคุณสมบัติพิเศษ ลูกค้าต้องเป็นผู้แข็งแกร่งขอบเขตวิบากกรรมขั้นเจ็ดขึ้นไป
ชั้นสามสำหรับผู้ที่อยู่ในระดับครึ่งก้าวราชา ชั้นสี่สงวนไว้สำหรับขอบเขตราชา
ตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไป เมนูจะมีความพิเศษเฉพาะตัวมากขึ้น ยิ่งชั้นสูง อาหารยิ่งล้ำค่า สำหรับชั้นสี่ มีแม้กระทั่งเนื้ออสูรราชา
กู้ฉางชิงเลือกจองห้องส่วนตัวที่ชั้นสี่ ก่อนจะส่งข้อความถึงกู้ชิงเอ๋อร์ที่อยู่ในโรงเตี๊ยมให้มาร่วมด้วย