เมื่อพูดจบ กู้ฉางชิงพากู้ชิงเอ๋อร์จากไปทันที ราวกับเหยียบย่างบนอากาศทิ้งให้เหล่าศิษย์สำนักใจพิสุทธิ์ที่เหลืออยู่ยืนตัวแข็ง ไม่กล้าหายใจแม้แต่น้อย
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความเงียบ
แม้จะพูดว่าเสียใจ แต่จริง ๆ แล้วกลับไม่ถึงขั้นนั้น
ในทางกลับกัน ศิษย์จำนวนไม่น้อยรู้สึกสะใจอย่างประหลาด
การตายของกู่เยว่เสวียนนั้นเป็นผลจากสิ่งที่นางก่อเอง
ในยามปกติ นางชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่ในสำนัก กดขี่ข่มเหงผู้อื่นจนไม่มีใครกล้าปริปาก ครั้งนี้นางพบกับผู้ที่แข็งแกร่งและไม่มีวันต่อกรได้
สมควรแล้วที่นางจะต้องพบจุดจบเช่นนี้
อาจารย์หยางเดินเข้ามา มองไปที่หวังจงและถาม “ท่านผู้อาวุโสหวัง ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
หวังจงส่ายศีรษะและกล่าว “ไม่ตายหรอก ท่านอาวุโสนั่นยังออมมือไว้”
แน่นอนว่ากู้ฉางชิงออมมือไว้ มิฉะนั้นด้วยขอบเขตวิบากกรรมขั้นเจ็ดของเขา แม้แต่การโจมตีลวก ๆ ของผู้แข็งแกร่งขอบเขตราชา เขาก็ไม่มีทางต้านทานได้เลย
“ข้าเพียงไม่รู้ว่าจะกลับไปอธิบายกับรองหัวหน้าสำนักอย่างไร… เฮ้อ ตอนมาก็ยังได้ยินเขากำชับให้ข้าดูแลเสวียนเอ๋อร์ให้ดี”
“ข้าถามหน่อย ท่านหวัง ท่านโดนตบจนเลอะเลือนไปแล้วหรือ? อธิบาย? จะอธิบายอะไรกับคนตาย?”
“คนตาย?”
หวังจงชะงักไป ก่อนจะเข้าใจในที่สุดว่าเขาเผลอคิดมากเกินไป
สามวันต่อมา กู้ฉางชิงและกู้ชิงเอ๋อร์เดินทางมาถึงเกาะไห่เยว่