้ยนอวี่หยิบจี้หยกออกมา จี้หยกเป็นสีขาวแดง และมีคำว่า ‘หิมะ’ สลักอยู่ “เอาไปสิ”
“นี่คืออะไร?”
“ตอนนั้นข้าควรจะเป็นผู้สืบทอดของเทือกเขาเจ็ดหิมะ และจี้นี้ก็เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าสำนัก แต่เมื่อข้ามาที่นี่แล้วก็ไม่อยากจากไป ดังนั้นจึงขอมอบสิ่งนี้ให้กับเจ้า โดยหวังว่ามันจะช่วยเจ้าได้”
“ข้าไม่ใช่เจ้าสำนักแห่งเทือกเขาเจ็ดหิมะ แล้วสิ่งนี้จะช่วยข้าได้อย่างไร?”
“กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เทือกเขาเจ็ดหิมะเป็นสถานที่ขนาดใหญ่ หากเจ้าต้องการอะไรในพื้นที่ที่เจ็ด เจ้าก็สามารถขอให้พวกเขาช่วยได้” หลิงเจี้ยนอวี่อธิบาย
หลังได้ยินเช่นนี้ลู่เฉินก็พูดว่า “เอาละ ข้าจะรับมันไว้”
ครั้นพูดอย่างนั้นแล้ว ชายหนุ่มก็ออกจากที่นี่ไป
ต้นไม้เฒ่าถามอย่างสงสัย “เจ้าไม่คิดจะกลับไปจริง ๆ หรือ?”
“ไม่ ข้าอยากฝึกอย่างสันโดษที่นี่” หลังหลิงเจี้ยนอวี่พูดจบ เขาก็นั่งลงเพื่อฝึกฝน
เมื่อลู่เฉินเดินออกมาแล้ว เขาก็พาเซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางออกไป
หลังเห็นว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในวังน้ำแข็งอีกต่อไปแล้ว เซี่ยอีฉานก็ถามอย่างสงสัยว่า “นายท่าน ตอนนี้พวกเราจะไปไหนหรือขอรับ?”
“ออกจากแดนลับ”
“แล้วตัวประหลาดแห่งแดนลับเล่าขอรับ?” เซี่ยอีฉานสงสัย
“จัดการไปแล้ว” คำพูดของลู่เฉินทำให้เซี่ยอีฉานถอนหายใจอย่างโล่งอก
ชายหนุ่มยิ้มแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว”
เซี่ยอีฉานจึงรีบติดตามกันนะครับ
…
นอกแดนลับขณะนี้ เฉออู่ที่รอมาเป็นเวลานานยังคงพัวพั