องไปทางอีกฝ่าย “เกิดอันใดขึ้นกับเจ้ากัน?”
“เหตุใดข้าต้องบอกเจ้าด้วย?” หลิงเจี้ยนอวี่ยืนอยู่ที่นั่นพลางพูดอย่างเย็นชา ก่อนจะเริ่มดูดซับพลังวิญญาณโดยรอบเพื่อชดเชยการสูญเสียก่อนนี้ โดยเฉพาะเมื่อหายใจ ดูเหมือนว่ามีบางอย่างว่ายน้ำอยู่ใต้ผิวหนังและกระดูกของทั่วร่างเขา
ลู่เฉินมองต้นไม้ใหญ่ข้าง ๆ เขา และยกยิ้มขึ้นหลังจากพบว่ามันได้สร้างความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับหลิงเจี้ยนอวี่ “เป็นอย่างนี้นี่เอง”
“เจ้ารู้อะไร?” หลิงเจี้ยนอวี่ถามอย่างระแวง
“ถ้าข้าคิดไม่ผิด เหตุผลที่ร่างกายของเจ้าเป็นแบบนี้ เพราะว่าเจ้าได้ทำสัญญาแปลก ๆ กับต้นไม้ต้นนี้ และสัญญานี้น่าจะเป็นมันให้ความแข็งแกร่งแก่เจ้า ส่วนเจ้ามอบปุ๋ยหรืออย่างอื่นให้มันสินะ?” ลู่เฉินเอ่ยถึงสิ่งที่เขาค้นพบทีละอย่าง
หลิงเจี้ยนอวี่ไม่คาดว่าลู่เฉินจะรู้เรื่องนี้และส่งเสียงฮึมฮัม “ถ้ารู้แล้วอย่างไรล่ะ?”
“ข้าแค่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจ้าถึงทำสัญญาแบบนั้นกับต้นไม้ต้นนี้”
“เหตุใดข้าถึงบอกเจ้าด้วย?” เห็นได้ชัดว่าหลิงเจี้ยนอวี่ไม่ต้องการบอกเหตุผล
ลู่เฉินยิ้มให้เขาและพูดว่า “ไม่เป็นไร พวกเรามาพูดคุยกันดี ๆ ดีกว่า บางทีเจ้าอาจจะบอกข้าได้หลังจากพวกเราพูดคุยกันทีหลัง”
หลิงเจี้ยนอวี่ไม่เห็นด้วย “ข้าขอบอกเจ้าว่าข้าเคยเห็นอัจฉริยะมามากมาย ดังนั้นอย่าคิดว่าเจ้าเก่งเพียงเพราะเจ้ามีความสามารถบางอย่าง!”
“เจ้ามีวิธีจัดการกับข้าหรือ?” ลู่เฉินถาม
หลิงเจี้ยนอวี่เอ่ยอวดอ้าง