ไม่นานซากศพก็กระจายเกลื่อนไปทั่วพื้นที่ กระทั่งวิญญาณก่อกำเนิดที่ไม่สามารถหนีออกไปได้ทันนั้นก็ถูกบดขยี้เช่นกัน
ภาพตรงหน้าน่าหวาดกลัวจนคนอื่น ๆ ต่างตะโกนขึ้นมา และยังซ่อนตัวอยู่ไกล ๆ
ฉินอ่าวยิ่งลอยตัวสูงขึ้นไป ใบหน้าของเขาซีดขาวไร้สีเลือด “เจ้าหนุ่มนี่คือผู้ใดกันแน่”
สำหรับความเป็นมาของฮั่วเตาหลางนั้น อสูรเฒ่าจ้าวและอวี่ซานเส้าก็ไม่รู้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อฉินอ่าวมาเอ่ยถามทั้งสอง พวกเขาจึงมีท่าทางไม่รู้เรื่องราวใด ๆ ทั้งสิ้น
และท่าทีเช่นนั้นก็ทำให้ฉินอ่าวก่นด่าออกมา “ไร้ประโยชน์!”
คนทั้งสองไม่รู้ว่าควรจะพูดเช่นไร แต่ตอนนี้พูดสิ่งใดไปก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นพวกเขาจึงหวังว่าฉินอ่าวจะสามารถจัดการลู่เฉินได้
สำหรับฉินอ่าวแล้ว ฮั่วเตาหลางเพียงโจมตีคนรอบ ๆ และคุ้มครองดักแด้นั่นอยู่ ดังนั้นเขาจึงจ้องมองไปยังดักแด้อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมา “ใช้เคล็ดวิชาภูตโจมตีจากทางไกล ข้าไม่เชื่อว่าม่านพลังปราณนั่นจะต้านทานเคล็ดวิชาภูตได้”
อสูรเฒ่าจ้าวและอวี่ซานเส้าคิดว่าน่าเชื่อถือ ฉินอ่าวจึงออกคำสั่งไปทันที
ดังนั้นอีกครู่หนึ่ง ทุกคนจึงใช้เคล็ดวิชาภูต แต่เคล็ดวิชาภูตนี้นับว่าแปลกประหลาดนัก เพราะมันมีเงาธนู เงากระบี่ เงาทวน และอื่น ๆ อีก
และการโจมตีนี้มีเพียงเป้าหมายเดียว นั่นก็คือดักแด้ตรงนั้น
ดังนั้นเมื่อการโจมตีพุ่งไปยังดักแด้ ฮั่วเตาหลางจึงคิดจะหลอมรวมม่านป้องกันขึ้นมา แต่ม่านป้องกันของเขาสามารถต้านทา