บนี้ข้าก็ยิ่งอยากรู้ ดังนั้นเจ้าควรบอกข้าอย่างว่าง่ายดีกว่า ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องเสียใจ” ลู่เฉินยิ้มให้เซี่ยอีฉาน
เซี่ยอีฉานไม่ได้พูดอะไร แต่ยังคงโจมตีบริเวณโดยรอบต่อไป
ชายหนุ่มเฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ ด้วยความสงสัยในใจ ‘มีอะไรที่พูดไม่ได้งั้นหรือ?’
เซี่ยอีฉานย่อมมีความลับของตัวเองเป็นธรรมดา ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะพูดมันออกมาและทุ่มกำลังโจมตีต่อไป แต่หลังจากนั้นไม่นานเม็ดยาพิทักษ์ร่างก็หมดฤทธิ์ลงในที่สุด เซี่ยอีฉานจึงวิตกกังวลและตั้งใจจะเผากายเนื้อและจิตวิญญาณตัวเอง
แต่เงาสายฟ้าเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อนแล้ว
เมื่อฤทธิ์ยาของคู่ต่อสู้หมดลง เงาสายฟ้าก็ปล่อยพายุฟ้าคะนองนับไม่ถ้วนออกมา
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
เซี่ยอีฉานหมดสติโดยสมบูรณ์ จากนั้นลู่เฉินก็ใช้เคล็ดวิชาวิญญาณสายฟ้าตรงเข้าไปในร่างของคู่ต่อสู้ทันที เซี่ยอีฉานยังคงไม่ตื่น แต่เขาได้มอบตราประทับภูตให้เขาแล้ว
ครั้นเซี่ยอีฉานตื่นขึ้นมา เขาก็พบว่าลู่เฉินยืนอยู่ตรงหน้าจิตวิญญาณของตน เขาตกใจมากจึงพูดด้วยความหวาดกลัวว่า “เจ้า… เจ้าเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
“ข้าเข้ามาสักพักแล้ว และข้าได้ใส่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดตัวเจ้าเอาไว้” ลู่เฉินยิ้มให้เซี่ยอีฉาน
เซี่ยอีฉานพลันตื่นตระหนก “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“สำรวจจิตวิญญาณของเจ้าดี ๆ สิ” ลู่เฉินยิ้มพลางมองเซี่ยอีฉาน แต่หลังจากเซี่ยอีฉานมองดูวิญญาณตน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมหันต์
ชายหนุ่มยิ้มให้เข