ว่า “ไม่จำเป็นต้องใช้สมบัติวิญญาณเลย”
“อวดดี!” หลังจากราชันคุมวิญญาณพูดจบ เขาก็ชักมือกลับและหยุดแกว่งลูกหนัง
ลู่เฉินถามล้อเลียน “อันใดเล่า? ไม่ทำต่อรึ?”
“ข้าตั้งใจจะเข้าไปจับเจ้าก่อน”
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบเข้าเถอะ ข้าจะรอ”
“ข้าไม่ได้อยากเข้าไปภายในนั้น”
หลังจากพูดอย่างนั้น ราชันคุมวิญญาณก็หันกลับมา เขาชี้ไปทางผู้อาวุโสเก้า ซึ่งเมื่อผู้อาวุโสเก้าเห็นลูกหนังก็พลันถูกสะกดจิต กระทั่งค่อย ๆ เดินเข้าไปหาราชันคุมวิญญาณ
ฝั่งผู้อาวุโสใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ สีหน้าพลันเปลี่ยนไป
ทว่าเหล่าชายชราคุ้นเคยกับมันแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้สนใจมากนัก
ลู่เฉินพลันแสยะยิ้มแปลก ๆ “ดูเหมือนทุกคนในหุบเขานี้จะเป็นหุ่นเชิดของเจ้าสินะ”
“เจ้าหนุ่ม อย่าพูดไร้สาระ ไม่เช่นนั้นเจ้าอาจไม่รู้ว่าตัวเองตายอย่างไร” ราชันคุมวิญญาณกล่าวเย้ยหยัน
ชายหนุ่มไม่ได้จริงจังกับคำพูดนั้นเลย ทว่าในตอนนี้เอง ผู้อาวุโสเก้าก็รีบพุ่งเข้ามาในค่ายกล
ไม่เพียงเท่านั้น ราชันคุมวิญญาณยังควบคุมให้ผู้อาวุโสเก้าจัดการกับลู่เฉิน
ผู้อาวุโสเก้าพลันมีแสงสีเขียวส่องวูบวาบ จากนั้นเถาวัลย์ก็ปรากฏขึ้น เห็นได้ชัดว่าคิดใช้มันรัดตัวลู่เฉิน
ลู่เฉินหยิบกู่ฉินเพลิงโบราณออกมาแล้วสะบัดมืออย่างแรง ฉับพลันนั้นเอง เสียงก้องกังวานก็กระทบเข้ากับร่างผู้อาวุโสเก้า
ผู้อาวุโสเก้ารู้สึกตัวทันที เมื่อเขาพบว่าตัวเองกำลังยืนประจันหน้ากับลู่เฉิน สีหน้าก็เปลี่ยนไป “เหตุใดข้าจึงมาอยู