ตรงหน้าลู่เฉิน
ชายหนุ่มรับกระบองไม้มาดู จากนั้นจึงนำเฮยหลวนเข้าไปใน ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ หลังจากนั้นจึงมองไปยังชายชราและพ่างจื่อ “ไป”
ทั้งสองอยากจะออกไปจากที่นี่ทันที ดังนั้นเมื่อได้ยินคำสั่ง พวกเขาพลันรู้สึกหวาดกลัวจนต้องรีบตามไป
องค์หญิงไป๋ฮวาแสยะยิ้ม “น่าสนใจนัก!”
“องค์หญิง เพียงเท่านี้หรือเพคะ?”
“ให้เขาไปก่อนเถิด” องค์หญิงไป๋ฮวายิ้ม จากนั้นจึงหลับตาและเอนกายนอนลง
ไป๋เซียงรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย ราวกับกลัวว่าองค์หญิงไป๋ฮวาจะรู้ว่าตนถูกลู่เฉินจับได้เสียแล้ว
ขณะนั้นเอง ลู่เฉินได้นำชายชรากับพ่างจื่อเดินออกไปจากไป๋ฮวาหยวน และกลับไปยังเส้นทางเดิม
ขณะที่ใกล้จะออกจากผืนป่าที่แปลกประหลาดนี้ ชายชราก็พูดขึ้นมาว่า “คือว่า… ข้าไม่ออกไปแล้วน่าจะดีกว่า?”
พ่างจื่อเองก็พูดขึ้นมาเช่นกัน “คือ… ข้าก็ออกไปไม่ได้”
“ไม่ออกไป?” ลู่เฉินสงสัย
พ่างจื่อถอนหายใจแล้วพูดว่า “ขอเอ่ยตามตรงนะ ภายนอกนั้นไม่เหมาะกับพวกเรา และค่ายกลชั้นที่อยู่นอกสุดนั้นจะทำให้พวกเราบาดเจ็บ”
“ทำให้พวกเจ้าบาดเจ็บ?”
“ใช่ ค่ายกลนั่นจะทำให้วิญญาณต้นไม้ได้รับความเสียหาย” พ่างจื่ออธิบาย
ชายชราพยักหน้ารับ “ใช่ เรื่องนี้ข้าเป็นพยานได้”
ชายหนุ่มไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ แต่เขากลับมองไปยังอีกฝ่าย “พวกเจ้าเข้าไปในสมบัติวิญญาณของข้าเสียก่อน”
“ว่าอย่างไรนะ?” ทั้งสองมองหน้ากัน
ลู่เฉินไม่ได้สนใจท่าทางตกตะลึงของพวกเขา แต่ส่งทั้งสองเข้าไปยัง ‘ประตูไร้สิ