หมัดจำนวนนับไม่ถ้วนจึงตกลงบนวิญญาณของผู้อาวุโสสาม ทำให้เขารู้สึกได้ทันทีว่าพลังวิญญาณของตนเองไร้ประโยชน์
สิ่งนี้ทำให้ผู้อาวุโสสามตกใจ “ไอ้หนู ปล่อยข้าออกไปนะ!”
ลู่เฉินเดินเข้าไปหาแล้วมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “อยากให้ข้าปล่อยเจ้าไปรึ?”
“ตราบใดที่เจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะไม่ทำให้เจ้าอับอายอีก” ผู้อาวุโสสามเริ่มกังวลเมื่อเห็นความน่ากลัวของชายตรงหน้า
เขาไพล่มือไว้ข้างหลังแล้วมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม
ผู้อาวุโสสามไม่รู้ว่าลู่เฉินหมายถึงอะไร จึงถามอย่างเป็นกังวลว่า “เจ้าคิดจะทำอะไร?”
“เจ้าคิดจะให้ข้าปล่อยไปเฉย ๆ อย่างนั้นหรือ?”
“แล้วเจ้าคิดจะทำเช่นไรเล่า?” ผู้อาวุโสสามถามอย่างกังวล
“ถ้าเจ้าไม่อยากตาย บอกข้าเกี่ยวกับวังเหมันต์สงัด ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าไม่มีความสุข” หลังจากพูดจบ เขาก็ให้กุ่ยเจี๋ยปรากฏตัว แล้วล้อมรอบผู้อาวุโสสามเอาไว้ทันที
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังหยิบแผ่นศิลาออกมาด้วย
ผู้อาวุโสสามรู้สึกได้ทันทีว่าวิญญาณของตนกำลังสั่นไหว มันราวกับว่ามีบางอย่างที่สามารถทำร้ายวิญญาณของเขาได้
ชายหนุ่มขู่ว่า “ถ้าเจ้าไม่ต้องการให้วิญญาณของเจ้าถูกพวกมันดูดเอาไป เจ้าควรบอกมาเร็ว ๆ ไม่เช่นนั้นวิญญาณของเจ้าจะหายไป!”
“ข้า…” ผู้อาวุโสสามคล้ายกำลังลังเลบางอย่างอย่างเห็นได้ชัด
ลู่เฉินหัวเราะเยาะ “โอกาสสุดท้าย”
ผู้อาวุโสสามตกใจกลัว ก่อนจะรีบพูดออกมาอย่างรวดเร็ว “พวกเขาส่งคนมาหาข้า และพวกเขาก็ระบุตำแหน่งที่เจ้า